วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯปลื้มคนที่ได้รับ'วัคซีนโควิด' ไม่มีใครแพ้หรือมีผลข้างเคียง

"นายกฯ" เผย กระจายวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยง 13 จังหวัด ตามแผน จะทยอยได้รับทุกเดือน ถึงสิ้นปี 63ล้านโด้ส พร้อมกับจัดหาเพิ่มเติมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ปลื้ม คนที่ฉีดแล้ว ไม่มีใครแพ้ หรือมีผลข้างเคียง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุถึงการกระจายวัคซีนโควิด ว่า ตอนนี้ประเทศไทยเริ่มฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 แล้ว มีการกระจายวัคซีนไปใน 13 จังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงก่อน เพื่อฉีดให้กับหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานแนวหน้า ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตามแผนฉีดวัคซีนของเราครับ

        

เดือนนี้ และเดือนต่อๆ ไปเราจะได้วัคซีนเข้ามาทุกเดือน จนถึงสิ้นปีรวม 63 ล้านโด้สกระจายไปได้ทั่วประเทศ และฉีดได้ครอบคลุมมากขึ้น

               

ผมได้รับรายงานว่า ทุกคนที่ฉีดไปแล้ว สบายดีครับ ยังไม่มีใครแพ้หรือมีผลข้างเคียง

              

นอกจาก 63 ล้านโด้สที่จองซื้อไปแล้วและกำลังทยอยมา เรากำลังหาวัคซีนมาเพิ่ม เพื่อฉีดให้ได้ทุกคน หรือครอบคลุมให้ได้มากที่สุด อาจจะเป็นวัคซีนตัวเดียวกันหรือวัคซีนใหม่ที่ผ่านการรับรองแล้ว เราดูทุกตัวโดยพิจารณาความเหมาะสมทุกๆ ด้าน

                

วัคซีนที่เราฉีดกันอยู่ตอนนี้คือ ซิโนแวค จากจีน ซึ่งหลายๆ ประเทศก็ได้ฉีดไปแล้วเช่นกัน วัคซีนตัวนี้เป็นวัคซีนที่ยังไม่มีผลการทดลองที่มากพอในกลุ่มคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เราจึงได้รับคำแนะนำว่า อย่าเพิ่งฉีดให้คนที่มีอายุเกิน 60 ปี รอผลการทดลองอีกสักหน่อย ซึ่งไม่ใช่เรื่องปลอดภัยหรือไม่นะครับ วัคซีนทุกตัวที่ใช้ได้รับการรับรองความปลอดภัย และรับรองว่าได้ผลครับ

               

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีกหลายท่าน ฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว ส่วนผมนั้นคุณหมอแนะนำให้ฉีดวัควีนของแอสตร้า เซเนก้า ซึ่งครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ แต่แอสตร้าเซเนก้าที่เราได้มา 1.1 แสนโด้สยังอยู่ในขั้นตอนรอเอกสารจากผู้ผลิต ก็ต้องรอก่อน คาดว่าอีกไม่นานก็จะเรียบร้อย ผมจะไปฉีดก่อนก็ไม่ได้นะครับ ทั้งคนสั่งให้ฉีด และคนฉีดให้ก็จะผิดกฎหมาย

                  

นอกจากนี้ ที่เราทำควบคู่กันไป ผมได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงสาธารณสุข ทำการศึกษาและประสานงานเรื่อง การรับรองการฉีดวัคซีนเพื่อใช้ประกอบการเดินทางระหว่างประเทศอยู่

เรื่องนี้ ในระดับนานาชาติ ก็ยังไม่มีข้อยุติอย่างเป็นทางการนะครับ มีทั้งที่อยากให้มีและที่ท้วงติงว่าเร็วเกินไป ขอให้รอดูอีกสักระยะว่า วัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อได้มากน้อยแค่ไหนคนในประเทศเดียวกันเองก็ยังเห็นไม่ตรงกัน ผู้ที่อยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวก็อยากให้มีการรับรองเร็วๆ แต่ยังมีอีกมากที่ยังไม่แน่ใจ

                       

อย่างไรก็ดี ผมได้สั่งการไปแล้ว ให้ลงมือศึกษา เตรียมพร้อมไว้ แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องไปพร้อมกับประเทศอื่นๆด้วย

                      

สำหรับคนที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว จะมีใบรับรองการฉีดวัคซีนให้ คงเหมือนกับใบรับรองการฉีดวัคซีนเวลาไปต่างประเทศ ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยใช้กัน ยกเว้นคนที่จะไปทำงาน หรือไปเรียนต่อหรือไปประเทศที่เขากำหนดว่า ต้องมีใบรับรองว่าฉีดวัคซีนป้องกันโรคเฉพาะบางโรค เรื่องนี้ทำกันมาแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่

สุดท้าย ผมขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า แม้เราจะดำเนินการฉีดวัคซีนไปแล้ว แต่เราก็ต้องไม่ละเลยที่จะป้องกันตัวเอง ที่ผ่านมาเราก็ประสบความสำเร็จด้วยดี หน้ากากอนามัยยังเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่าลืมเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม หมั่นดูแลให้ตัวเองปลอดภัยอยู่เสมอเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ขอบคุณครับ