ศบค.กทม.สั่ง 5 เขตรอยต่อ จ.ปทุมธานี คุมเข้มมาตรการป้องกัน "โควิด" ด้านโรงพยาบาลสนาม รักษาผู้ป่วยหายกลับบ้านแล้ว 131 ราย
ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) เป็นประธานการประชุม ศบค.กทม. ครั้งที่ 19/2564
ทั้งนี้อในที่ประชุม ได้รายงานสถานการณ์จากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่ตลาดพรพัฒน์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งค้าส่งอาหารประเภทผักสด ที่ประชุม ศบค.กทม.จึงได้กำชับให้สำนักงานเขตที่มีพื้นที่ใกล้เคียง จังหวัดปทุมธานี อาทิ 1.เขตดอนเมือง 2.เขตสายไหม 3.เขตบางเขน 4.เขตคลองสามวา และ 5.เขตหลักสี่ จัดเจ้าหน้าที่ตรวจแนะนำให้ผู้ประกอบการเจ้าของตลาดผู้ค้า และผู้ใช้บริการในตลาด เพื่อให้เข้มงวดการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ตามที่หน่วยงานราชการกำหนด เช่น แนะนำให้ผู้ประกอบการตลาด กำหนดทางเข้า-ออกตลาดเพียงทางเดียวและให้ตรวจคัดกรองทุกคนก่อนเข้าตลาด รวมทั้งจัดให้มีจุดล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ล้างมือด้วย
สำหรับผู้ค้าทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์ล้างมือ ส่วนประชาชนที่จะเข้าไปใช้บริการในตลาดให้สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคน และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ล้างมือก่อนเข้าไปยังตลาด รวมทั้งขอความร่วมมือทุกคนปฏิบัติตามมาตรการดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ขอให้สำนักงานเขตและผู้เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีประวัติเดินทางไปยังตลาดพรพัฒน์ ในช่วงระหว่างวันที่ 9 - 13 ก.พ.2564 ตรวจประเมินความเสี่ยงการสัมผัสเชื้อโควิด-19 ผ่านทาง bkk covid หากพบว่าท่านใดมีความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 สำนักอนามัยจะเร่งประสานและตรวจหาเชื้อโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และขอความร่วมมือประชาชนงดการเดินทางไปยังพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาด เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ด้วย
สำหรับตลาดในความดูแลของกรุงเทพมหานคร ทั้ง 12 ตลาด สำนักงานตลาด กทม.ได้ประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนให้ผู้ค้าและประชาชนที่ใช้บริการในตลาดสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคน โดยให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำชับให้ผู้ค้าและผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด อาทิ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะอยู่ในตลาด ใช้แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” ลดความแออัดเพื่อความปลอดภัยของผู้ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า
ส่วนผู้ค้าประเภทอาหารต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้ เช่น จัดหาที่ปิดกั้นหรือภาชนะมีฝาปิด และเว้นระยะห่าง 1-2 เมตรสำหรับที่นั่ง กำหนดจำนวนบุคคลเข้าภายในร้าน อาทิ ร้านค้าขนาดเล็ก ให้เข้าครั้งละไม่เกิน 5 คน ร้านค้าขนาดใหญ่ให้เข้าครั้งละไม่เกิน 10 คน เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ศบค.กทม.ขอย้ำให้ประชาชนทั่วไปปฏิบัติตามมาตรการป้องกันส่วนบุคคล อย่างเคร่งครัด ได้แก่ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้านหรืออยู่ในพื้นที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิบ่อยๆ และใช้แพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” เมื่อเข้าใช้บริการในสถานที่ต่างๆ ทั้งนี้เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อันเป็นการสร้างความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปด้วย
วันเดียวกันพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ภายหลัง กทม.ได้จัดแบ่งพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนาม สำหรับรองรับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อเป็นที่พักสำหรับสังเกตอาการผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย หรือที่เรียกว่าผู้ป่วยโควิดเขียว และเพื่อดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้น ทั้งนี้ มีการจัดรูปแบบผู้ป่วยในเป็นกลุ่มเฝ้าระวังโรคโควิด-19 เริ่มเปิดรับผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2563 มีผู้ป่วยเข้ารับการดูแลจากข้อมูล วันที่ 16 ก.พ. รวมจำนวน 149 ราย โดยรักษาหายและกลับบ้านแล้ว 131 ราย และนำส่งต่อเนื่องจากมีอาการปอดอักเสบ จำนวน 7 ราย ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้ป่วยรับการดูแลอยู่จำนวน 11 ราย
พล.ต.อ.อัศวิน ยังได้เน้นย้ำให้โรงพยาบาลฯ อำนวยความสะดวกและดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งดูแลเจ้าหน้าที่และสถานที่ให้มีความปลอดภัย ปลอดเชื้อ ตลอดจนประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งขณะนี้โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนยังเปิดให้บริการแผนกผู้ป่วยนอกตามปกติ โดยประชาชนสามารถเข้ารับการบริการได้โดยไม่ต้องมีข้อกังวลใจเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อ เนื่องจากโรงพยาบาลมีการแบ่งพื้นที่และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสำหรับให้บริการออกจากกันอย่างชัดเจนเพื่อความปลอดภัย





