ส.ส.ก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามเรื่อง วีไอพีนักท่องเที่ยวเข้าภูเก็ต แต่แทรกคำถาม ของ "ธนาธร" ปมวัคซีนโควิด เหน็บ "พล.อ.ประยุทธ์" เป็น นายกฯปกป้องบริษัทขายยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงกระทู้ถามทั่วไป ของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งตั้งกระทู้ถามหัวข้อ กรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโนนา 2019 (ศบค.) ที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยววีไอพี จากประเทศฝรั่งเศส จำนวน 4 รายเข้ามาพำนักในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นกระทู้ถามที่เลื่อนมาจากการประชุมสภาฯ วันที่ 17 ธันวาคม 2563
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการตั้งถามคำถามที่2 นายรังสิมันต์ ได้ยกประเด็นที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า ที่ตั้งคำถามต่อรายละเอียดของการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่รัฐบาล โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติมอบหมายให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัดดำเนินการแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงการลงนามในสัญญาจ้างผลิต กับ บริษัทแอสตราเซเนกา รวมเรียกร้องให้เปิดเผยสัญญารายละเอียด เช่น ราคาการซื้อขาย, การผลิต, รายละเอียดงบประมาณ , การเจรจาของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ รวมถึงการจัดซื้อวัคซีน 3.5แสนโดสมีรายละเอียดหรือไม่
“วัคซีนเป็นเรื่องความเป็นความตายของคนทั้งประเทศงบประมาณนั้นมาจากเงินภาษีของประชาชน หวังว่าจะไม่เห็นการปิดปาก ด้วยอำนาจหรือป้ายสีด้วยความจงรักภักดี หากรัฐบาลสนับสนุนบริษัทเอกชนด้วยความใจจริง ควรเปิดเผยเอกสารตามที่คุณธนาธรเรียกร้อง ทั้งนี้ขอฝากข้อคิดว่า วันที่โจ ไบเดน กล่าวคำสาบานก่อนเข้ารับตำแหน่ง ว่าจะคุ้มครอง ปกป้องรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้สาบานปกป้องรัฐธรรมนูญไทย วันนี้จึงเพียงปกป้องบริษัทขายยาเท่านั้น” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ชี้แจงในคำถามที่ต้องตอบว่า วัคซีนไม่ใช่ความเป็นความตายของประชาชน เพราะวัคซีน เป็นเพียงการชะลอการติดเชื้อ และไม่ได้หมายความว่าเมื่อได้วัคซีนแล้วจะเหมือนได้ไม้เท้ากายสิทธิ์ ที่จะหยุดการระบาดได้ เพราะต้องดำเนินมาตรการต่างๆ อาทิ นำตัวผู้ป่วยไปรักษา, ให้ยาที่มีประสิทธิภาพโดยเร็ว สร้างมาตรการไม่ให้กระทบเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้เจรจากับทุกบริษัท และช่วงที่เจรจานั้นอยู่ระหว่างที่บริษัทอยู่ในชั้นการทดลอง ซึ่งยังไม่ทราบประสิทธิภาพ และความสำเร็จ จนนำไปใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่
“รัฐบาลและสถาบันวัคซีนจำเป็นต้องเจรจาอย่างมีศิลปะ เพื่อให้เกิดประโยชน์และสำเร็จมากที่สุด การเจรจาวัคซีนกับต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่ง และรัฐบาลยังได้ให้เงินทุนกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อทดลองวัคซีน ทั้งนี้การเจรจากับบริษัทวัคซีนมีประเด็นที่ต้องดำเนินการ ส่วนที่ลงนามกับบริษัทแอสตราเซเนก้านั้น เพราะได้ตกลงในเงื่อนไขทีดีกว่าประเทศอื่น ส่วนข้อมูลที่ต้องการ เช่น สัญญาส่วนที่ไม่เป็นความลับที่เกี่ยวกับเรื่องทางธุรกิจ การแข่งขันของบริษัท นั้นสามารถค้นได้จากสถาบันวัคซีน” นายสาธิต ชี้แจง.





