วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯเผยมีแผนฉีด'วัคซีนโควิด'ให้ ปชช.ฟรีครึ่งประเทศภายในปีนี้

"นายกฯ" เผย "รัฐบาล" มีแผนฉีด "วัคซีนโควิด" ให้ ปชช. ฟรี อย่างน้อยครึ่งประเทศ ในปีนี้ ระบุ ล็อตแรก ตั้งเป้าฉีดกลุ่มเสี่ยง ก่อนทยอยได้รับส่งมอบทั้งหมด 63 ล้านโดส

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว "ประยุทธ์จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha" ระบุว่า

รัฐบาลมีแผนการฉีดวัคซีน “ฟรี” เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับประชาชนชาวไทยให้ได้อย่างน้อย 50% หรือครึ่งประเทศ ภายในปีนี้ครับ

โดย “ระยะเร่งด่วน” เราจะได้รับวัคซีนฯ ล็อตแรก 2 ล้านโดส จากบริษัท ซิโนแวค ประเทศจีนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายนนี้ ซึ่ง 2 แสนโดสแรก (เดือน ก.พ.) ตั้งเป้าจะฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงเช่น บุคลากรทางการแพทย์และผู้สูงอายุก่อน จากนั้นเดือนมีนาคมและเมษายน จะได้รับอีก 8 แสนโดส และ 1 ล้านโดส ตามลำดับ นอกจากนั้น รัฐบาลยังได้สั่งจองจากบริษัท แอสตราเซเนกา อีก 26 ล้านโดส กำหนดรับมอบภายในเดือนพฤษภาคม และจัดหาเพิ่มเติมอีก 35 ล้านโดสซึ่งก็จะทยอยอนุมัติและส่งมอบต่อไป (รวมเป็น 63 ล้านโดส) เพื่อสร้าง “ความมั่นคงด้านสุขภาพ” ให้กับชาวไทย ซึ่งผมขอย้ำว่า “คนไทยจะได้รับการฉีดวัคซีนฟรี” นะครับ

สำหรับ “ระยะยั่งยืน” เราได้ตั้งศูนย์การผลิตในประเทศอยู่ที่บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งมีโรงงานอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างใหม่ โดยได้การรับถ่ายทอดเทคโนโลยีมาแล้ว สามารถผลิตวัคซีนตามมาตรฐานของอ็อกฟอร์ดและแอสตราเซนเนกา โดยมีกำลังการผลิตที่ 200 ล้านโดสต่อปีนอกจากนี้ คณะแพทยศาสตร์และคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็จะเป็นอีกแหล่งผลิตภายในประเทศ ที่มีองค์ความรู้ มีศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนที่ทันต่อวิวัฒนาการของเชื้อโรคได้ในอนาคต สร้าง “ความมั่นคงด้านสาธารณสุข” และส่งเสริมบทบาทให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด หรือวัคซีนโรคอื่นๆ ในภูมิภาค

160991654121

ผมมองว่า “ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส” ใครที่มีวิสัยทัศน์ สร้างความพร้อม ย่อมได้รับประโยชน์โดยในวิกฤตโควิดนี้ หากเราทำตามสิ่งที่ผมเล่ามาได้ ก็จะสามารถผลักดันให้ประเทศไทยเป็น“ศูนย์กลางด้านการแพทย์ (Medical Hub)” ได้อีกด้วยครับ

แต่ระหว่างรอกระบวนการ รอรับวัคซีน ตามระยะเวลาที่ผมบอก ขอให้พวกเราทุกคนระมัดระวังในการใช้ชีวิต อย่าประมาทกับเชื้อโรค ช่วยกันอีกครั้ง หยุดเชื้อเพื่อชาติ ต้องสวมหน้ากากเสมอ เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร ล้างมือบ่อยๆ นะครับ ไม่ใช่เพื่อใคร..แต่เพื่อตัวเราและคนรอบข้างที่เรารัก รวมถึงประเทศไทยของเราครับ