ภาคประชาชน แถลงสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ระบุ สภาคว่ำร่างรธน.ไอลอว์ทำลายหลักการ เตือน ทุกฝ่ายต้องเลิก 'ไอโอ' ก่อนความรุนแรงบานปลาย
ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) นำโดยนายนิกร วีสเพ็ญ ประธานคณะกรรมการสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ได้แถลงรายงานสถานการณ์สิทธิมุนษยชน (10เด่น 10ด้อย) ประจำปี2563 โดยมีสาระสำคัญดังนี้
สำหรับ 10 อันดับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนด้านเด่นตามลำดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 ประชาชน 100,732 คน เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นปรากฎการณ์การเคลื่อนไหวของประชาชนที่ได้เห็นพลังของประชาชนที่ไม่พอใจกับรัฐธรรมนูญที่มีที่มาไม่ชอบธรรม และมีหลายมาตราไม่ชอบด้วยหลักประชาธิปไตย การรวบรวมรายชื่อของกลุ่มไอลอว์เพื่อต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ยกเลิกเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบธรรม เช่น การตัดอำนาจส.ว.ในการเลือกนายกฯ เป็นต้น ซึ่งถือเป็นการเข้าชื่อครั้งแรกของประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
อันดับที่ 2 กลุ่มนักเรียนเลวเสนอการปฏิรูปการศึกษา เป็นกรณีที่กลุ่มนักเรียนนักศึกษาเข้าพบรมว.ศึกษาธิการ ถือเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของการใช้สิทธิเสรีภาพของตนเองและเป็นความกล้าหาญของเยาวชนที่จะท้าทายอำนาจที่กดทับ ข้อเรียกร้องต่างๆของกลุ่มนักเรียน เช่น การให้ยกเลิกระเบียบที่ล้าหลัง หรือ การปฏิรูปการศึกษา จนกลายเป็นที่มาที่ทำให้กระทรวงศึกษาธิการต้องเปิดพื้นทีรับฟังความคิดเห็นและตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดทำช้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาการศึกษา
อันดับที่ 3 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 2 ฉบับเรียกบุคคลมารายงานตัวเมื่อปี 2557 ขัดกับรัฐธรรมนูญ กรณีนี้เท่ากับว่าบุคคลที่ถูกให้มารายงานแต่ไม่มารายงานตัวจะไม่มีความผิดอีกต่อไป
อันดับที่ 4 การตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยศาล : กรณีศาลยกคำร้องการฝากจัง และให้ออกหมายเรียกก่อนออกหมายจับ ช่วงเวลาที่ผ่านมาประชาชนออกมาใช้สิทธิทางการเมืองมีประชาชนจำนวนมากที่ถูกออกหมายจับ และถูกคัดค้านการประกันตัว ทำให้ต้องอยู่ในเรือนจำ ต่อมาศาลใช้กฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่น การยกคำร้องขอฝากขัง หรือ การยกคำร้องขอหมายเรียก ซึ่งเป็นไปตามหลักที่ต้องสันนิษฐานว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาเป็นผู้บริสุทธิ์
อันดับที่ 5 ส.ส.เสนอร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามและการกระทำให้บุคคลสูญหายต่อสภาผูัแทนราษฎร โดยเป็นกฎหมายที่หลายพรรคร่วมกันเสนอเข้าสภา ซึ่งเป็นนิมิตรหมายที่ดีว่าคดีต่างๆที่เกี่ยวกับการสูญหายของบุคคลจะมีกฎหมายรองรับและสามารถนำไปสู่การดำเนินคดีเพื่อเอาผิดทางอาญาได้ต่อไป
อันดับที่ 6 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการทำแท้งผิดกฎหมายขัดกับรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 305 ควรได้รับการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข เป็นการทำให้สิทธิหญิงชายเสมอกัน
อันดับที่ 7 การยกร่างกฎหมายส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ การทำร่างกฎหมายฉบับนี้มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก เพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และนำไปสู่การบริหารจัดการตนเองและลดความเหลื่อมล้ำ รัฐบาลต้องส่งเสริมให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถยืนได้ด้วยตัวเอง ซึ่งคาดว่าปี 2564 จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและจะได้รับการสนับสนุนจากส.ส.รัฐบาลและฝ่ายค้าน
อันดับที่ 8 ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาการขึ้นทะเบียนพรุแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นคำพิพากษาที่เป็นบรรทัดฐานว่าการขึ้นทะเบียนชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้จะมีบริษัทเอกชนพยายามคัดค้านก็ตาม
อันดับที่ 9 สิทธิประชาชนในการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด ภายหลังการเลือกตั้งท้องถิ่นได้เว้นว่างมาเป็นหลายปี ซึ่งไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยเพราะประชาชนไม่ได้สิทธิพื้นฐานของตัวเองในการเลือกตัวแทน ดังนั้น การเลือกตั้งวันที่ 20 ธ.ค.จึงเป็นการคืนสิทธิให้กับประชาชน
อันดับที่ 10 การจัดตั้งสภาองค์กรผู้บริโภคแห่งประเทศไทย ที่ผ่านมาปัญหาของผู้บริโภคไม่ได้รับการคุ้มครอง แม้จะมีมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคแต่ยังไม่ครอบคลุมในการแก้ไขปัญหาที่มีความหลากหลาย ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค จึงเป็นที่มาของตั้งสภาฯที่ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีตัวแทนจากประชาชนทุกจังหวัด ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่ง ภายหลังมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.
ขณะที่ 10 อันดับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนด้านด้อยตามลำดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 รัฐสภาไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญของไอลอว์เป็นการใช้สิทธิทางการเมืองของประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการเอาความขัดแย้งเข้ามาพูดคุยในรัฐสภา แต่ปรากฎว่ารัฐสภาไม่รับหลักการร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะทำให้กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนไปไม่ถึงดวงดาว แทนที่รัฐสภาจะรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปก่อนแต่กลับตีตกไปทั้งฉบับ เป็นการแสดงให้เห็นว่าส.ส.และส.ว.ไม่เข้าใจและไม่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
อันดับที่ 2 การประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เป็นการใช้อำนาจที่ไม่มีความชอบธรรมและไม่มีข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่าการชุมนุมจะกระทบต่อความมั่นคงแต่อย่างใด จนนำมาสู่การเรียกร้องให้ยกเลิกการประกาศดังกล่าวก่อนที่รัฐบาลจะยกเลิกในเวลาต่อมา
อันดับที่ 3 การลิดรอนสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นรัฐบาลใช้กฎหมายละเมิดสิทธิประชาชน โดยเฉพาะการข่มขู่คุกคามผ่านการส่งเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไปตามสถานศึกษา รวมไปถึงการใช้กำลังสลายการชุมนุมทางการเมือง จนกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ และการแจ้งข้อหากับผู้ชุมนุมมากกว่า 100 คดี การที่รัฐใช้กฎหมายปิดปากประชาชนเป็นการใช้อำนาจไม่ชอบธรรมและไม่เป็นไปตามกติกาสากล ถือเป็นความถดถอยของประเทศไทย
อันดับที่ 4 กรณีอุ้มหายนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ และความรับผิดชอบของรัฐบาลไทย นายวันเฉลิมเป็นผู้หนีภัยทางการเมืองไปอยู่กัมพูชาต่อมากลายเป็นผู้ถูกอุ้มหาย ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงที่สุด แต่ผ่านมาแล้ว 6 เดือนกลับยังไม่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบ จนกลายเป็นชนวนหนึ่งของการออกมาชุมนุมทางการเมือง ที่สำคัญไทยยังไม่ให้สัตยาบันอนุสัญญระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันการสูญหายของบุคคล
อันดับที่ 5 กระบวนการยุติธรรมที่เลือกปฏิบัติ (คดีบอส อยู่วิทยา) คดีนี้มีการสั่งไม่ฟ้องและกลับมาฟ้องใหม่อีกครั้งหนึ่งในเวลาต่อมา เรื่องนี้เป็นการกระเทาะกระบวนการยุติธรรมที่ไม่มีการดุลอำนาจ
อันดับที่ 6 การใช้ความรุนแรงกับเด็กในโรงเรียน สังคมไทยมีความรุนแรงทุกระดับการศึกษาในหลายรูปแบบ เป็นปัญหาที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวจำนวนมาก รัฐบาลต้องจริงใจต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ในฐานะที่ไทยผูกพันตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก หากเด็กที่ถูกกระทำไม่ได้รับความเป็นธรรมจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรงในอนาคต
อันดับที่ 7 การยกเลิกการจัดการที่ดินแบบโฉนดชุมชน โฉนดชุมนุมเป็นการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องการอนุรักษ์พื้นที่เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ แต่ปรากฎว่ามีการออกโฉนดชุมขนให้เพียง 4 แปลง ถือว่าช้ามาก ระยะเวลาต่อมามีการเปลี่ยนนโยบายทำให้ประชาชนต้องมาตั้งต้นใหม่ ที่สร้างความลำบากให้กับประชาชน
อันดับที่ 8 การสรรหาและเลือกกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ใช้เวลานานกว่า 3 ปีและการตรวจสอบการละเมิดสิทธิที่ไม่มีประสิทธิภาพ รัฐธรรมนูญกำหนดให้กสม.มีอำนาจตรวจสอบและเยียวยาการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ปรากฎว่าการสรรหากสม.ปัจจุบันยังได้กสม.ไม่ครบจำนวนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เมื่อเกิดความล่าช้าขึ้นทำให้เกิดช่องว่างในการทำงานเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังละเลยข้อเสนอของต่างประเทศในการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทำให้ไทยเสียโอกาสหลายประการ
อันดับที่ 9 ปฏิบัติการด้านข่าวสารของรัฐและเอกชนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน (ไอโอ) ปีนี้ต้องยอมรับว่ามีการใช้ไอโออย่างมหาศาลตอบโต้กันทั้งสองฝ่าย เกิดการปล่อยข่าวลือและข่าวปลอมในช่วงความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ากลัวและหากต่อไปรัฐไม่ดำเนินการแก้ไขหรือไม่เลิกเป็นไปไอโอ จะนำไปสู่ความแตกแยกและความรุนแรง
อันดับที่ 10 มาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด เป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมได้รับความเดือดร้อนพร้อมกับไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในการเยียวยาได้ นอกจากนี้ การเยียวยาที่เกิดขึ้นก็เป็นการดำเนินการแบบเลือกเยียวยาบางกลุ่มเท่านั้น
"การนำเสนอรายงานเรื่องนี้เราเป็นกระจกบานเล็กๆเพื่อสะท้อนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้ได้เห็นภาคประชาชน" นายนิกร วีสเพ็ญ ประธานคณะกรรมการสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน กล่าว





