วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

น้ำท่วมหนัก 4 จังหวัดภาคใต้ เสียชีวิตแล้ว 30 ราย

กรม ปภ.ระดมเจ้าหน้าที่ เร่งช่วยเหลืออุทกภัย 4 จังหวัดภาคใต้ เดือดร้อน 6.9 แสนครัวเรือน เสียชีวิต 30 ราย

รายงานข่าวจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) แจ้งว่าสำหรับอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัยตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย.ถึง 14 พ.ย.มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก และวาตภัยรวม 11 จังหวัด ได้แก่ ชุมพรสุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราชตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 101 อำเภอ 584 ตำบล 4,220 หมู่บ้าน

160792308466

ประชาชนได้รับผลกระทบ 691,659 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 30 ราย (นครศรีธรรมราช 21 ราย พัทลุง 3 ราย สุราษฎร์ธานี 2 ราย ตรัง 2 ราย และสงขลา 2 ราย) ผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมใน 4 จังหวัด 20 อำเภอ 85 ตำบล 440 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 32,684 ครัวเรือน ดังนี้

สุราษฎร์ธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านนาสาร อำเภอบ้านนาเดิมอำเภอพุนพิน และอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี และ รวม 30 ตำบล 203 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,556 ครัวเรือน

นครศรีธรรมราช น้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอพระพรหม อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอชะอวดอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอปากพนัง รวม 31 ตำบล 172 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,089 ครัวเรือน

พัทลุง น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอควนขนุน อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน และอำเภอบางแก้ว รวม9 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,620 ครัวเรือน

สงขลา น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสิงหนคร อำเภอระโนดและอำเภอสทิงพระ รวม 15 ตำบล 46 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,419 ครัวเรือน

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัย พื้นที่ใกล้เคียง พื้นที่อื่นๆ สนับสนุนการเผชิญเหตุ โดยระดมกำลังพลและทรัพยากรด้านสาธารณภัย อาทิ เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ เรือไฟเบอร์ รถสูบส่งน้ำระยะไกล รถผลิตน้ำดื่ม รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถสุขาเคลื่อนที่ รถประกอบอาหาร รถไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงเดินหน้าในการช่วยเหลือดูแลด้านการดำรงชีพเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ยังคงได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง

160792309949

อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ สำหรับในส่วนของผู้เสียชีวิต จังหวัดได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตตามระเบียบแล้ว ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป