'ก้าวหน้า' เดินสายหาเสียง 'นครปฐม-สมุทรสาคร' ด้าน 'ธนาธร' มั่นใจชนะเลือกตั้งแก้การเมืองผูกขาด 'ปิยบุตร' ไม่หวั่นคดีการเมืองเล่นงาน
คณะก้าวหน้า นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ ในพื้นที่ 2 จังหวัด คือ ที่ตลาดนัดน้อมเกล้า อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ณรงค์หาเสียงให้กับ นายชัชวาล นันทะสาร ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครปฐม เบอร์ 1 พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิกสภา อบจ. และที่ ทิวลิปสแควร์ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หาเสียงให้กับนายอวยชัย จาตุรพันธ์ ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรสาคร เบอร์ 4 พร้อมทีม ส.อบจ.
นายธนาธร กล่าวว่า พวกเราภูมิใจมากที่ลงแข่งสนาม อบจ. ในครั้งนี้ เพราะถ้าไม่มีคณะก้าวหน้าลองคิดดูว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะเงียบเหงาขนาดไหน เหตุผลที่เราอยากทำงาน อยากจะรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนมาสนใจการเมืองท้องถิ่น เพราะการเมืองท้องถิ่นมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่าการเมืองระดับชาติ และเราอยากทำการเมืองที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน นอกจากนี้การเมืองท้องถิ่นในประเทศไทยไม่มีความเติบโตเลยมาหลายสิบปีแล้ว ครั้งนี้เราส่งผู้สมัคร อบจ. ทั้งหมด 42 จังหวัด และ ส.อบจ. เกือบ1,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อน ทั้งนี้ การเมืองท้องถิ่นถูกผูกขาดโดยตระกูลการเมืองมาอย่างยาวนาน หลายคนพ่อเป็น ส.ส. แม่เป็นนายก อบจ. ญาติ เป็นนายกเทศมนตครี หรือไม่ก็มีญาติพี่น้องทำงานรับเหมาที่มีส่วนเกี่ยวกับโครงการรัฐ ลักษณะแบบนี้อยู่กับสังคมไทยมากว่า 40 ปีแล้ว และในหลายจังหวัดยังมีการใช้อิทธิพล ใช้ความรุนแรงค่อคู่แข่งทางการเมืองด้วย ถามว่าท่านอยากให้ลูกหลานเติบโตมาในสังคมแบบนี้หรือ นี่คือคำถามสำคัญมากที่พวกเราต้องตอบ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องเปลี่ยนแปลง
"ดังนั้น เราจึงตั้งคณะก้าวหน้าขึ้นมา เพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถ ไม่ใช่คนบ้านใหญ่ตระกูลไหนได้เสนอตัวเป็นตัวแทนเข้าไปเปลี่ยนแปลงประเทศท้องถิ่นของตัวเอง เพราะถ้าผู้สมัครลงแข่งขันกันเอง การจะไปชนะบ้านใหญ่แทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะผู้มีอิทธิพลทำให้เรากลัว แบบนี้จึงทำให้ไม่มีคนใหม่ๆ เข้ามาเป็นผู้เล่นทางการเมือง เมื่อไม่มีคนใหม่ๆ ก็ไม่มีการแข่งขัน เขาก็ไม่จำเป็นต้องกระตุ้นทำเพื่อประชาชน คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าการเมืองแบบนี้น่ารักเกียจ ไม่สร้างสรรค์ ไม่อย่างเข้ามาทำ เพราะแบบนี้กลุ่มอิทธิพลค่างๆ จึงครอบงำการเมืองมาอย่างยาวนาน แต่วันนี้มีคนกล้าหาญ อาสาเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนแล้ว นั่นคือ หมอชัชวาล นันทะสาร" นายธนาธร กล่าว
ด้าน นายปิยบุตร กล่าวว่า วันนี้เริ่มมีการปล่อยข่าวว่า ถ้าเลือกตัวแทนผู้สมัครจากคณะก้าวหน้าแล้วคะแนนเสียเปล่า ทิ้งน้ำ เพราะมีการร้องเรียนว่าทำผิดกฎหมายพวกตนทำผิดกฎหมาย ทำตัวเลียนแบบพรรคการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ในท้ายที่สุดถ้าสู้คดีกัน ก็เป็นคดีอาญา ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ใช่เรื่องใบเหลืองใบแดงของผู้สมัครทั่วประเทศ ถ้าที่สุดจะเล่นงานกันจริงๆ ก็คือการเอาตนเองและแกนนำคณะก้าวหน้าเข้าคุก ไม่เกี่ยวอะไรกับผู้สมัคนนายก อบจ. และ ส.อบจ ทั่วประเทศแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการปล่อยข่าวกันอย่างนี้ ตนก็อยากจะบอกว่าให้ทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม คือยิ่งต้องกาให้ถล่มทลาย เพื่อแสดงให้เห็นว่า ต่อให้สกัดกั้น เตะตัดขาเราก็ไม่มีปัญหา คะแนนจะกลับมามากยิ่งกว่าเดิม และจะยิ่งทำให้คนที่อยากเอาพวกตนเข้าคุกต้องคิดหลายตลบ
"วันนี้มีกลุ่มคนมาคุกคาม เปิดเพลงเดิมๆ พูดประโยคเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมคิดว่าตอนนี้แทนที่ กกต.จะมาคิดว่าพวกตนเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ ปัญหาเฉพาะหน้าคือ มีคนกลุ่มหนึ่งสกัดขัดขวางการรณรงค์หาเสียงอยู่ กกต.หายไปไหน ความผิดเฉพาะหน้าอย่างนี้ รับเรื่องไปแล้วหรือยัง และที่ผ่านมาเราเจอเหตุการณ์แบบนี้ในหลายจังหวัด แต่ กกต.ไม่เคยมีความคืบหน้าในการเอาเรื่องไปพิจารณา ต่างจากกรณีของเรากลับรวดเร็วเหลือเกิน ตั้งคณะกรรมการสืบสวนขึ้นมาทันที และยิ่งชัดมากขึ้นไปอีกว่า ระเบียบการเลือกตั้งที่มีข้อหนึ่งเขียนไว้ว่า ห้ามมิให้บุคคลใด นำประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง อยากถาม กกต.ว่า เขามาพูดรณรงค์ทำลายความนิยมของผู้ช่วยหาเสียงอย่างพวกตนโดยใช้เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์โจมตีแบบนี้ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ กกต.หรือไม่ อยากเรียกร้องให้จัดการเรื่องเหล่านี้ด้วย" นายปิยบุตร กล่าว





