วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

7 ตำรวจ 'สน.บุคคโล' เอาผิด คนปล่อยภาพยาเสพติดในรถตู้ เกียกกาย

สน.บุคคโล และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 7 นาย ดำเนินคดี ต่อผู้ที่เผยแพร่ภาพยาเสพติด ในรถตู้ควบคุมฝูงชน แยกเกียกกาย รวมถึงกรณีทรัพย์สินส่วนตัวทั้ง โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงิน สูญหาย

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563 จากกรณีปรากฎภาพยาเสพติดและอุปกรณ์เสพอยู่ในรถตู้ควบคุมฝูงชนตำรวจของสถานีตำรวจนครบาลบุคคโล บริเวณแยกเกียกกาย เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา หลังมีการนำภาพไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย จนเป็นที่มาส่งตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 7 รายประจำรถตู้คันดังกล่าวไปตรวจหาสารเสพติด แต่ไม่พบสิ่งเสพติดในร่างกายจากกรณีปรากฎภาพยาเสพติดและอุปกรณ์เสพอยู่ในรถตู้ควบคุมฝูงชนตำรวจของสถานีตำรวจนครบาลบุคคโล บริเวณแยกเกียกกาย เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา หลังมีการนำภาพไปเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย จนเป็นที่มาส่งตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 7 รายประจำรถตู้คันดังกล่าวไปตรวจหาสารเสพติด แต่ไม่พบสิ่งเสพติดในร่างกาย

ล่าสุด ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พลตำรวจตรี ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย พลตำรยจตรี จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุม

โดย พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้มีข้อสั่งการ  นำข้าราชการตำรวจทั้ง 7 นาย สน.บุคคโล ส่งพนักงานสอบสวน ตรวจยาเสพติดเริ่มต้น ผลการตรวจ ไม่พบสารเสพติด และเพื่อความมั่นใจ ทางพนักงานสอบสวนสน.บุคคโล ส่งตำรวจทั้ง 7 นายไปโรงพยาบาลวชิระ พยาบาล ซึ่งเป็นหน่วยงานของภาครัฐเพื่อทำการตรวจสารเสพติดอีกครั้งและผลการตรวจสอบเบื้องต้น ก็ไม่พบสารเสพติดเช่นกัน
ในส่วนนี้ทางสน.บุคคโล และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 7 นายจะดำเนินการดำเนินคดี ต่อผู้ที่เผยแพร่ภาพดังกล่าว รวมถึงกรณีทรัพย์สินส่วนตัวของตำรวจในรถตู้ อาทิ โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงิน สูญหาย เจ้าของทรัพย์ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้แล้วเช่นกัน 

ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า ต่อกรณีดังกล่าวในขณะที่มีการพบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่บนรถดังกล่าว ถามว่า เกิดความเป็นธรรมกับเจ้าของรถหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ทางตำรวจมีวิธีการดำเนินการ เพื่อพิสูจน์ทราบคนของเราส่วนหนึ่งแล้ว คือการตรวจหาสารเสพติดและทางตำรวจนครบาลภาค 8  ตั้งชุดสืบสวนสอบสวนขึ้นมา เพื่อหาข้อเท็จจริง

"สมมุติว่า มีคนแกล้งเอายาเสพติดแอบไปไว้ในรถคนที่จอดอยู่ริมทาง โดยเจ้าของรถไม่ได้รู้เห็นด้วย และมีตำรวจไปตรวจเจอ ถ้าเกิดเป็นการต่อสู้ในชั้นศาลก็คงเป็นประเด็นปัญหาอยู่พอสมควร เพราะการตรวจค้นไม่มีเจ้าของสถานที่ร่วมตรวจค้น อยู่ดีๆไปเจอ แล้วเจอด้วยวิธีไหน ไม่สามารถมีคนยืนยันได้ว่าสิ่งที่เจอนั้นเป็นของใคร ในกรณีเดียวกัน เมื่อมีคนพบยาเสพติดในรถตำรวจ คนที่พบก็ต้องบอกว่า เป็นของตำรวจ ในขณะที่ตำรวจก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ของตำรวจ ถามว่าจะเอาอะไรมาเป็นเครื่องตัดสิน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งขณะนี้เรากำลังพิสูจน์ตามกระบวนการทางกฎหมาย"