วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกมแก้รัฐธรรมนูญทางลงทุกฝ่าย รัฐบาล-พรรค-ม็อบ "จบแบบวินๆ"

เกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากไม่มี “มือมืด” มาหวงอำนาจตัวเองผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า ทุกฝ่ายจบศึก (ชั่วคราว) แบบวินๆ

เกมการเมืองเดินเข้าสู่โหมดของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 แม้ใจลึกๆ ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม บรรดาขุนทหาร และ 250 สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะไม่แฮปปี้กับการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อลดทอนอำนาจของตัวเอง

แต่เมื่อเกมม็อบที่ขับเคลื่อนโดย “นักศึกษา-นักเรียน” สร้างปรากฎการณ์เบิ้มๆ มาหลายรอบ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในเงื่อนไขของการชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์-องคาพยพ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเดินเข้าสู่โหมดแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดยเกมแก้รัฐธรรมนูญ แม้จะไม่ถูกใจ “ม็อบหน้าฉาก” แต่โดนใจ “ขุนพลม็อบหลังฉาก” เพราะหากเซ็ตซีโร่กติกากันใหม่ บรรดาคนหลังฉากที่คอยช่วยขบคิดเกมเคลื่อนม็อบ ก็มีโอกาสจะกลับมายืนหน้าฉาก สู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งโอกาสชนะจะเปิดกว้างมากกว่าเดิม

ส่วน “ม็อบหน้าฉาก” บรรดาแกนนำอยู่ในช่วงเหนื่อยล้าเต็มทน เพราะการจัดการชุมนุมถูกลากยาวมาร่วมเดือน มีคดีติดตัวยาวเป็นหางว่าว และหากยังจัดการชุมนุมขึ้นอีก อาจจะมีคดีเพิ่มเติมให้ต้องต่อสู้อีกแน่นอน

จะเห็นได้จากท่าทีของ “แกนนำม็อบ” ที่ระยะหลังวางบทบาทอยู่ในเซฟโซน แม้จะขึ้นปราศรัยบนเวทีต่างๆ แม้จะบอกว่าจะไม่ลดเพดานการชุมนุม แต่กลับลดบทบาทการชุมนุมลง ไม่ได้ประกาศตัวเป็นแกนนำเดินนำหน้ามวลชนเหมือนแต่ก่อน

ทิศทางของการชุมนุมหลังจากนี้ จะยังคงใช้ยุทธวิถีไร้แกนนำ ชูยุทธศาสตร์ทุกคนคือแกนนำ เพื่อหลบเลี่ยงการฟ้องร้องดำเนินคดี เพราะยุทธวิถีของ รัฐบาล-ตำรวจ ลดโทนการจับกุม การคุกคาม ออกแอ๊คชั่นแจ้งข้อกล่าวหา ดำเนินการทุกอย่างตามขึ้นตอนปกติ

เมื่อรัฐบาล-ตำรวจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง “แกนนำม็อบหน้าฉาก-แกนนำม็อบหลังฉาก” ประเมินทิศทางออกว่าการชุมนุมเลยจุดพีคมาแล้ว แม้จะพยายามผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับไอลอว์ ให้รัฐสภารับร่างไว้พิจารณา แต่ก็พออ่านเกมออกว่าร่างไอลอว์ยากที่จะฝ่าด่านหินไปได้

โดยมีแนวโน้มสูงที่ร่างแก้รัฐธรรมนูญจะผ่านแค่ ร่างพรรคร่วมรัฐบาล และ ร่างพรรคเพื่อไทย โดยทั้ง 2 ร่างมีจุดร่วมเดียวกันคือเปิดทางให้ตั้ง ส.ส.ร. มาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญไม่แตะหมวด 1 (ทั่วไป) หมวด 2 พระมหากษัตริย์

แม้แกนนำม็อบจะไม่ถูกใจสิ่งนี้ แต่เมื่อการชุมนุมเลยจุดพีคมาแล้ว รังจะฝืนเลี้ยงกระแส โดยจัดการชุมนุมทุกสัปดาห์ก็เหนื่อยล้าเต็มทน เกมแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็น ทางออก-ทางลง จบแบบวินๆ ทั้ง รัฐบาล-พรรคการเมือง-กลุ่มผู้ชุมนุม

วินแรกตกอยู่ที่ “แกนนำม็อบ” เพราะข้อเรียกร้อง 3 ข้อ รู้กันทั้งบางว่า ไม่มีทางที่จะได้รับการตอบสนองหมดทั้ง 3 ข้อ การได้มา 1 ข้อ ถือว่าการชุมนุมบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว เพราะหากไม่มีแรงกดดันจากการชุมนุม การแก้รัฐธรรมนูญ โดยการตั้ง ส.ส.ร.มาแก้ก็คงยาก เพราะ รัฐบาล-ส.ว. แฮปปี้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรามากกว่า

ดังนั้นหากแกนนำม็อบจะหาทางลง หยุดการเคลื่อนไหวชั่วคราว ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ถอยออกมารอจังหวะ “บิ๊กตู่-รัฐบาล” ก้าวพลาด ค่อยปลุกกระแส เรียกระดมพลครั้งใหม่ อาจจะมีน้ำหนักการต่อสู้เพิ่มมากกว่าฝืนจัดชุมนุมทุกสัปดาห์

อย่างไรก็ตามอาจจะมีสูตรเลี้ยงกระแส โดยให้กลุ่มสนับสนุนที่อยากจัดชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ ร่วมกันเปิดเวทีจัดชุมนุมเล็กๆ ไม่จัดแบบเบิ้มๆ สะสมกำลังรอจุดร่วมที่มีพลังจะเข้าทางมากกว่า

วินสองตกอยู่กับ “พรรคร่วมรัฐบาล-พรรคฝ่ายค้าน” ที่หลายพรรคตั้งธงหาเสียงช่วยเลือกตั้งกันมาว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่วางเงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญ อยู่ในข้อตกลงการเข้าร่วมรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่แม้ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล แต่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดช่องให้มีโอกาสชนะเลือกตั้งครั้งต่อไป

เมื่อเงื่อนไขของพรรคปชป. ถูกตอบสนองจาก “พรรคร่วมรัฐบาล” ย่อมส่งผลให้เสถียรภาพของรัฐบาลมั่นคงมากขึ้น อาการงอแงชิงเล่นเกมการเมืองของ “ลูกพรรคปชป.สายมาร์ค” อาจจะลดน้อยถอยลง ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นต่างโอเคเยสกันทุกพรรค

วินสามตกอยู่ที่ “บิ๊กตู่-รัฐบาล” ที่จะมีเวลาไปบริหารประเทศ โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง “ม็อบ” มากมายนัก เพราะตั้งแต่มีการชุมนุมร่วมเดือน ภาคธุรกิจ-นักลงทุน ต่างตั้งคำถามว่าประเทศไทยจะขับเคลื่อนไปในทิศทางใด และยากที่จะประเมินเสถียรภาพของรัฐบาล

แต่เมื่อการแก้รัฐธรรมนูญถูกปลดล็อค เงื่อนไขการชุมนุมถูกตอบสนอง เสถียรภาพการบริหารงานของ “บิ๊กตู่-รัฐบาล” ย่อมเพิ่มขึ้น ส่งผลด้านบวกให้ ภาคธุรกิจ-นักลงทุน มีความเชื่อมั่นสูงขึ้นเช่นกัน

ที่สำคัญโจทย์ใหญ่การฟื้นฟูประเทศ หลังวิกฤตโควิด-19 เป็นโจทย์หินที่ “บิ๊กตู่-รัฐบาล” ต้องเผชิญ หากลดความขัดแย้งของคนไทยชาติลงได้ แม้อาจจะเพียงชั่วขณะ แต่ก็มีผลต่อการฟื้นฟูประเทศในภาพรวม

ดังนั้นเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากไม่มี “มือมืด” มาหวงอำนาจตัวเองผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า ทุกฝ่ายจบศึก (ชั่วคราว) แบบวินๆ