เกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากไม่มี “มือมืด” มาหวงอำนาจตัวเองผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า ทุกฝ่ายจบศึก (ชั่วคราว) แบบวินๆ
เกมการเมืองเดินเข้าสู่โหมดของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 แม้ใจลึกๆ ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม บรรดาขุนทหาร และ 250 สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะไม่แฮปปี้กับการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อลดทอนอำนาจของตัวเอง
แต่เมื่อเกมม็อบที่ขับเคลื่อนโดย “นักศึกษา-นักเรียน” สร้างปรากฎการณ์เบิ้มๆ มาหลายรอบ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในเงื่อนไขของการชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์-องคาพยพ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเดินเข้าสู่โหมดแก้ไขรัฐธรรมนูญ
โดยเกมแก้รัฐธรรมนูญ แม้จะไม่ถูกใจ “ม็อบหน้าฉาก” แต่โดนใจ “ขุนพลม็อบหลังฉาก” เพราะหากเซ็ตซีโร่กติกากันใหม่ บรรดาคนหลังฉากที่คอยช่วยขบคิดเกมเคลื่อนม็อบ ก็มีโอกาสจะกลับมายืนหน้าฉาก สู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งโอกาสชนะจะเปิดกว้างมากกว่าเดิม
ส่วน “ม็อบหน้าฉาก” บรรดาแกนนำอยู่ในช่วงเหนื่อยล้าเต็มทน เพราะการจัดการชุมนุมถูกลากยาวมาร่วมเดือน มีคดีติดตัวยาวเป็นหางว่าว และหากยังจัดการชุมนุมขึ้นอีก อาจจะมีคดีเพิ่มเติมให้ต้องต่อสู้อีกแน่นอน
จะเห็นได้จากท่าทีของ “แกนนำม็อบ” ที่ระยะหลังวางบทบาทอยู่ในเซฟโซน แม้จะขึ้นปราศรัยบนเวทีต่างๆ แม้จะบอกว่าจะไม่ลดเพดานการชุมนุม แต่กลับลดบทบาทการชุมนุมลง ไม่ได้ประกาศตัวเป็นแกนนำเดินนำหน้ามวลชนเหมือนแต่ก่อน
ทิศทางของการชุมนุมหลังจากนี้ จะยังคงใช้ยุทธวิถีไร้แกนนำ ชูยุทธศาสตร์ทุกคนคือแกนนำ เพื่อหลบเลี่ยงการฟ้องร้องดำเนินคดี เพราะยุทธวิถีของ รัฐบาล-ตำรวจ ลดโทนการจับกุม การคุกคาม ออกแอ๊คชั่นแจ้งข้อกล่าวหา ดำเนินการทุกอย่างตามขึ้นตอนปกติ
เมื่อรัฐบาล-ตำรวจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง “แกนนำม็อบหน้าฉาก-แกนนำม็อบหลังฉาก” ประเมินทิศทางออกว่าการชุมนุมเลยจุดพีคมาแล้ว แม้จะพยายามผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับไอลอว์ ให้รัฐสภารับร่างไว้พิจารณา แต่ก็พออ่านเกมออกว่าร่างไอลอว์ยากที่จะฝ่าด่านหินไปได้
โดยมีแนวโน้มสูงที่ร่างแก้รัฐธรรมนูญจะผ่านแค่ ร่างพรรคร่วมรัฐบาล และ ร่างพรรคเพื่อไทย โดยทั้ง 2 ร่างมีจุดร่วมเดียวกันคือเปิดทางให้ตั้ง ส.ส.ร. มาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญไม่แตะหมวด 1 (ทั่วไป) หมวด 2 พระมหากษัตริย์
แม้แกนนำม็อบจะไม่ถูกใจสิ่งนี้ แต่เมื่อการชุมนุมเลยจุดพีคมาแล้ว รังจะฝืนเลี้ยงกระแส โดยจัดการชุมนุมทุกสัปดาห์ก็เหนื่อยล้าเต็มทน เกมแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็น ทางออก-ทางลง จบแบบวินๆ ทั้ง รัฐบาล-พรรคการเมือง-กลุ่มผู้ชุมนุม
วินแรกตกอยู่ที่ “แกนนำม็อบ” เพราะข้อเรียกร้อง 3 ข้อ รู้กันทั้งบางว่า ไม่มีทางที่จะได้รับการตอบสนองหมดทั้ง 3 ข้อ การได้มา 1 ข้อ ถือว่าการชุมนุมบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว เพราะหากไม่มีแรงกดดันจากการชุมนุม การแก้รัฐธรรมนูญ โดยการตั้ง ส.ส.ร.มาแก้ก็คงยาก เพราะ รัฐบาล-ส.ว. แฮปปี้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรามากกว่า
ดังนั้นหากแกนนำม็อบจะหาทางลง หยุดการเคลื่อนไหวชั่วคราว ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ถอยออกมารอจังหวะ “บิ๊กตู่-รัฐบาล” ก้าวพลาด ค่อยปลุกกระแส เรียกระดมพลครั้งใหม่ อาจจะมีน้ำหนักการต่อสู้เพิ่มมากกว่าฝืนจัดชุมนุมทุกสัปดาห์
อย่างไรก็ตามอาจจะมีสูตรเลี้ยงกระแส โดยให้กลุ่มสนับสนุนที่อยากจัดชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ ร่วมกันเปิดเวทีจัดชุมนุมเล็กๆ ไม่จัดแบบเบิ้มๆ สะสมกำลังรอจุดร่วมที่มีพลังจะเข้าทางมากกว่า
วินสองตกอยู่กับ “พรรคร่วมรัฐบาล-พรรคฝ่ายค้าน” ที่หลายพรรคตั้งธงหาเสียงช่วยเลือกตั้งกันมาว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่วางเงื่อนไขแก้รัฐธรรมนูญ อยู่ในข้อตกลงการเข้าร่วมรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่แม้ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล แต่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดช่องให้มีโอกาสชนะเลือกตั้งครั้งต่อไป
เมื่อเงื่อนไขของพรรคปชป. ถูกตอบสนองจาก “พรรคร่วมรัฐบาล” ย่อมส่งผลให้เสถียรภาพของรัฐบาลมั่นคงมากขึ้น อาการงอแงชิงเล่นเกมการเมืองของ “ลูกพรรคปชป.สายมาร์ค” อาจจะลดน้อยถอยลง ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นต่างโอเคเยสกันทุกพรรค
วินสามตกอยู่ที่ “บิ๊กตู่-รัฐบาล” ที่จะมีเวลาไปบริหารประเทศ โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง “ม็อบ” มากมายนัก เพราะตั้งแต่มีการชุมนุมร่วมเดือน ภาคธุรกิจ-นักลงทุน ต่างตั้งคำถามว่าประเทศไทยจะขับเคลื่อนไปในทิศทางใด และยากที่จะประเมินเสถียรภาพของรัฐบาล
แต่เมื่อการแก้รัฐธรรมนูญถูกปลดล็อค เงื่อนไขการชุมนุมถูกตอบสนอง เสถียรภาพการบริหารงานของ “บิ๊กตู่-รัฐบาล” ย่อมเพิ่มขึ้น ส่งผลด้านบวกให้ ภาคธุรกิจ-นักลงทุน มีความเชื่อมั่นสูงขึ้นเช่นกัน
ที่สำคัญโจทย์ใหญ่การฟื้นฟูประเทศ หลังวิกฤตโควิด-19 เป็นโจทย์หินที่ “บิ๊กตู่-รัฐบาล” ต้องเผชิญ หากลดความขัดแย้งของคนไทยชาติลงได้ แม้อาจจะเพียงชั่วขณะ แต่ก็มีผลต่อการฟื้นฟูประเทศในภาพรวม
ดังนั้นเกมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากไม่มี “มือมืด” มาหวงอำนาจตัวเองผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า ทุกฝ่ายจบศึก (ชั่วคราว) แบบวินๆ





