วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ประยุทธ์’ ลุ้นชะตาบนหลังเสือ ‘ม็อบ’ ทะลุเพดาน หรือหาทางลงไม่ได้

ถ้านับตั้งแต่ 14 ต.ค. ถือว่าการห่ำหั่นกันระหว่างรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุม ยังไม่มีใครแพ้หรือชนะอย่างเด็ดขาด เพราะถึงตอนนี้ฝ่ายหนึ่งก็เริ่มถูกมองว่ากำลังอ่อนแรง ส่วนนายกฯครั้นจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปก็ยากเต็มที

ผ่านไปหมาดๆ สำหรับเหตุการณ์กระทบกระทั่งระหว่าง "ตำรวจ" กับ "ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร" เมื่อ 8 พ.ย. ที่มีการใช้รถฉีดน้ำสกัด "ม็อบ" ที่ตั้งใจมุ่งหน้าไป "พระบรมมหาราชวัง" เพื่อจัดอีเว้นท์ส่งจดหมายถึง "พระเจ้าแผ่นดิน"

เหตุผลที่ทางตำรวจตั้งแนวสกัดผู้ชุมนุม บริเวณถนนราชดำเนินใน พิกัดระหว่างหน้า "ศาลฎีกา" และ "ศาลหลักเมือง" นั้น เพราะกำลังเข้ารัศมี 150 จากเขตพระราชวัง ซึ่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 กำหนดห้ามชุมนุม จึงมีการฉีดน้ำสกัดผู้ชุมนุมเกิดขึ้น

สังเกตเห็นได้ชัดว่า จุดแนวหน้าของผู้ชุมนุมวันนั้น ไม่ปรากฎตัวแกนนำคนสำคัญ ที่พาม็อบทะยานพุ่งทะลุเพดาน อย่าง "อานนท์ นำภา" , "เพนกวิน" พริษฐ์ ชิวารักษ์ , "รุ้ง" ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล , "ไมค์" ภาณุพงษ์ จาดนอก การบริหารจัดการการชุมนุมของม็อบจึงออกมาไม่เป็นขบวน ควบคุมกันเองแทบจะไม่ได้ เพราะการสื่อสารไม่ทั่วถึง

โดยเฉพาะในแนวหน้า จนทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ความชุลมุนจึงปรากฎ ต่างจากการเคลื่อนขบวนครั้งก่อนๆ ที่มีแกนนำคอยกำกับทุกฝีก้าว ด้วยความรอบคอบ รัดกุม

คำถามคือ "แกนนำม็อบราษฎร" เบอร์ต้นๆ หายไปไหน!!! ทำไมในวันนั้นถึงเลือกเคลื่อนไหวกันผ่านโซเชียลมีเดียอย่างพร้อมเพรียง

การไม่ปรากฎตัวของแกนนำนั้น เนื่องจากโดนคดีจนอ่วม จึงขยาดไม่อยากผิดเงื่อนไขใดๆ จนต้องถูกคุมขังอีกหรือไม่

คำถามต่อไปคือ ทำไมแกนนำผู้ชุมนุมถึงเชื่อว่า การใช้วิธีการเคลื่อนไหวแบบทะลุเพดานนั้น จะสามารถขับไล่ "รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ได้ ในเมื่อทุกวันนี้ "รัฐบาล" ก็ยังคงบริหารงานได้เป็นปกติ กลไกทุกอย่างก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปได้ ในส่วนของ "สภา" ก็มีการประชุมได้ตามกำหนด และขณะนี้ "ประธานรัฐสภา" ชวน หลีกภัย ก็กำลังปลุกปั้น "คณะกรรมการสมานฉันท์" หาทางออกให้กับวิกฤติการเมือง

แม้ว่าหลายฝ่ายจะจับตาถึงลีลาท่าทางของ "ชวน" ที่ดูเหมือนจะพยายามสวมบทพระเอกขี่ม้าขาว ทาบทามผู้มีประสบการณ์มาร่วมวงแก้ปัญหาบ้านเมือง จนอดคิดไม่ได้ว่า "ชวน" กำลังคิดหวนเก้าอี้ประมุขฝ่ายบริหาร หรือกำลังปูทางให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในบัญชีรายชื่อของพรรคที่สังกัดนั้น เข้ามานำพาประเทศฝ่าวิกฤติหรือไม่ ในกรณีที่มีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้น

เนื่องจากในวันที่ 2ธ.ค.นี้ "ศาลรัฐธรรมนูญ" มีนัดอ่านคำวินิจฉัยตามคำร้องของฝ่ายค้าน กรณี "พล.อ.ประยุทธ์" อาศัยบ้านพักทหาร เป็นการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ จนคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ สร้างความระทึกให้กับคอการเมืองไม่น้อย

ยิ่งเมื่อจับสัญญาณของ "พล.อ.ประยุทธ์" ที่เปรยๆ ระหว่างการบรรยายพิเศษ เปิดหลักสูตร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 63 ตอนท้ายว่า "ถ้าวันหน้า มีคนที่ ดีกว่า เก่งกว่า ซื่อสัตย์กว่าผม ซื่อสัตย์เหมือนเดิม ก็คงมาทำงานให้รับผิดชอบประเทศต่อไป" ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ยืนยันชัดเจนว่าไม่ลาออก ตรงนี้เองที่มีการคาดการณ์กันว่า อาจเป็นการเปิดช่อง หาทางลงให้ "พล.อ.ประยุทธ์" หรือไม่

สถานการณ์การเมืองไทยเวลานี้ อาจกำลังเข้าใกล้ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ว่า "พล.อ.ประยุทธ์" ถึงคราวลงจากหลังเสือหรือไม่ อย่างไร

ขณะที่ ในมุมกลับกัน ถ้าเส้นทางการเมืองของ "พล.อ.ประยุทธ์" ยังไปต่อได้ ทาง "ม็อบราษฎร" จะพามวลชนไต่ระดับเพดานบิน เคลื่อนไหวเรียกร้องให้สูงมากขึ้นไปอีกอย่างไร หรือเริ่มคิดแล้วว่า กำลังหาทางลงไม่ได้ จะด้วยปัจจัยอะไรก็ตาม

ลึกๆ ในใจแกนนำหลายคนอาจคิดไม่ตกในเรื่องนี้