เพื่อไทย ซัด กม.ประชามติแค่ซื้อเวลา สมานฉันท์ไม่จริงใจ คาด หาก 'ไบเดน' ชนะเลือกตั้ง 'ประยุทธ์' ต้องลาออกและแก้รธน. เหตุจะถูกสหรัฐบีบเรื่องสิทธิมุนษยชน
น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการเสนอร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติและการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า พรรคเพื่อไทยมองว่าการเสนอกฎหมายประชามติเป็นเพียงการซื้อเวลาของรัฐบาล เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ดำเนินการและไม่ได้กำหนดกรอบชัดเจน ส่วนการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ขึ้นมาไม่ว่ารูปแบบใดยังไม่มีความเป็นกลางและยังไม่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ต่อให้เป็นการตั้งโดยรัฐสภาแต่รัฐสภาปราศจากจริงใจในการแก้ไขปัญหาเพราะไม่กำหนดกรอบการหารือ ทำให้ความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหาจึงมีน้อย
"ดังนั้น หากจะมีการตั้งคณะกรรมการควรดำเนินการดังนี้ 1.ควรกำหนดประเด็นหารือให้ชัดเจน 2.กำหนดระยะเวลาเร่งด่วน และ 3.ต้องแก้ไขในประเด็นที่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงร่วมกันได้" โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว
ด้าน นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายและวิชาการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวทางด้านเศรษฐกิจไทย หากผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ คือ นายโจ ไบเดนว่า หากผู้ชนะคือไบเดน รัฐบาลต้องเตรียมรับมือ มีทั้งโอกาส ทั้งอันตราย ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเสนอแผนบันได 4 ขั้น เพื่อรับมือ ดังนี้ 1. การต่อสู้กับค่าเงินบาท แม้ไบเดนจะใช้นโยบายภาษีที่ดุดัน แต่จะเพิ่มการลงทุนภาครัฐที่ดุดันกว่า ทำให้จะขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนตัว นั่นหมายถึงบาทแข็งขึ้น และมาตรการเงินที่ผ่อนคลายมาก ทั้งสองปัจจัยส่งผลทำให้บาทแข็งขึ้น ส่งผลเสียต่อส่งออกไทยอย่างหนัก ธนาคารแห่งประเทศไทยควรขยับบทบาทเชิงรุกเรื่องนโยบายการเงิน ที่ผ่านมาไทยใช้มาตรการเงินแบบปกติ สู้กับแบบ Unconventional ของมหาอำนาจ ผลคือบาทแข็งตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงโควิด ธปท.ต้องพิจารณาทำนโยบายการเงินที่ไม่ใช่แค่ด้านดอกเบี้ยอีกต่อไป เพราะ Policy Space แทบไม่เหลือ
2. รีบชิงห่วงโซ่การผลิต โควิดทำให้ห่วงโซ่การผลิตโลกถูกจัดระเบียบใหม่ มีผู้แพ้ต้องหลุดไป และมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามา การมาของไบเดนทำให้สงครามการค้าเปลี่ยนรูปแบบไป และผ่อนคลายลง ส่งออกพุ่งขึ้น โอกาสทองจะเป็นของอุุตสาหกรรมไทยที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมต่อสินค้าจีนไปยังสหรัฐ และที่ส่งไปสหรัฐโดยตรง รัฐบาลต้องชิงช่องว่างตรงนี้ เพราะผู้เล่นในตลาดนี้ล้มตายไปมากจากโควิด และจะฟื้นเร็วจากการมาของไบเดน นี่คือโอกาสที่รัฐบาลต้องไขว่คว้า แต่ถ้าไม่ทำก็ตกขบวน
นายเผ่าภูมิ กล่าวอีกว่า 3. รีบแย่งดึงฐานการผลิต นโยบายไบเดนเรื่องขึ้นภาษีนิติบุคคล และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ผลคือทุนและฐานการผลิตจะไหลจากสหรัฐสู่ประเทศเกิดใหม่ สิ่งที่รัฐบาลต้องรีบทำคือ เร่งเจาะเป้าหมาย เร่งดึงดูดอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเยอะ ได้รับผลกระทบด้านภาษีสูง ที่มีแนวโน้มย้ายฐานการผลิต พึงระลึกว่าการดึงฐานการผลิตไม่สามารถรอให้เขามาหา หรือแม้แต่การใช้สิทธิพิเศษล่อใจก็ไม่พอ แต่ต้องทำงานเชิงรุกวิ่งเข้าหา เจาะเป้าหมาย และเร่งเจรจา และ 4. นายกฯ ลาออก แก้รัฐธรรมนูญ โดยการเอาชนะทางการค้าของสหรัฐจะเปลี่ยนรูปแบบไป จากการใช้ภาษีใช้สิทธิประโยชน์บีบในยุคทรัมป์ จะเปลี่ยนเป็นการใช้เรื่อง “ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพ” บีบในยุดไบเดน ซึ่งนี่คือจุดอ่อนที่สำคัญของไทย และจะกลายเป็นข้ออ้างใหญ่ที่ทำเศรษฐกิจไทยมีปัญหาในยุคไบเดน การแก้คือ เมื่อมีจุดอ่อน ก็ต้องลบจุดอ่อน นายกฯต้องลาออก ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ต้องเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง





