วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วิรัช' เผย พิจารณาร่างรธน.ต้องใช้ของรัฐบาลเป็นหลัก

'วิรัช' เผย พิจารณาร่างรธน.ต้องใช้ของรัฐบาลเป็นหลัก เผย หากรอของไอลอว์อาจทำให้สภาล่าช้า แนะ ผู้ชุมนุมต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวาระรับหลักการว่า หากพิจารณาในวันนี้โดยไม่รอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชนหรือ ไอลอว์ก็สามารถบรรจุได้เลย เพราะรายงานของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่หากรอร่างของไอลอว์ก็สามารถบรรจุในวาระการประชุมได้หลังวันที่12 พ.ย. คาดว่าน่าจะประมาณวันที่17 พ.ย. หรือ18 พ.ย.  แต่ถ้ามีปัญหาก็อาจจะล่าช้าออกไปได้เล็กน้อย และเมื่อพิจารณาแล้วอาจจะใช้เวลาครึ่งวันในการรับทราบรายงานของกมธ. จากนั้นก็จะสามารถโหวตได้เลย

นายวิรัช กล่าวต่อว่า เห็นว่าหากเสียเวลารอร่างของไอลอว์ จะเสียเวลาเพียงแค่อีก1 สัปดาห์ ก็จะมีโอกาสพิจารณาพร้อมกันทั้ง3 ร่างที่มีเนื้อหาคล้ายกันคือร่างของรัฐบาล ฝ่ายค้าน และร่างของไอลอว์ที่ให้แก้ไขมาตรา256 และให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) โดยใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก  ส่วนท่าทีของส.ว.สัญญาณเริ่มดีขึ้นจากการพิจารณาของประชุมร่วมรัฐสภา ดังนั้นจึงอยู่ที่การลงมติว่าจะออกมาอย่างไร อย่างไรก็ตามยืนยันว่าวันนี้เราไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม แต่เป็นไปตามระบบขั้นตอนที่เราได้กำหนดไว้

นายวิรัช กล่าวต่อว่า สำหรับรูปแบบส.ส.ร.ในรายงานของกมธ.ได้มีการพูดคุยกันมากว่าควรเอาร่างของรัฐบาลเป็นหลัก โดยให้มาจากการเลือกตั้ง ใช้เขตจังหวัดจำนวน 150 คนและส่วนอื่นเป็นองค์ประกอบตามที่กำหนดไว้ 
เมื่อถามย้ำว่าดูเหมือนข้อเสนอเรื่องส.ส.ร.จะไม่สอดคล้องกับร่างของฝ่ายค้านและไอลอว์จะมีปัญหาหรือไม่ นายวิรัชกล่าวว่าถ้าเหมือนกันคงไม่ต้องเดินขบวน เพราะเห็นต่างกันแต่เราไม่แตกแยก อะไรที่คิดว่าจะแก้ไขก็ไปทำในวาระที่2 ได้ถ้าจำนวนและที่มาของส.ส.ร.ไม่ตรงกันก็ไปแก้ไขในวาระ2 ได้ ซึ่งอาจจะเห็นด้วยกับรัฐบาลหรือผสมผสานกันก็ได้ 

ส่วนการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อหาทางออกให้กับประทศนั้น นายวิรัช กล่าวว่า ได้รับการประสานจากน.พ.สุกิจ อัฒโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานภสาผู้แทนราษฏร ว่าให้ไปพูดคุยกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฏร ในวันที่3 พ.ย.ซึ่งเท่าที่ทราบมี3 รูปแบบที่สถาบันพระปกเกล้าเสนอมา คือแบบแรก จะมีตัวแทนจาก7 ฝ่ายเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ แบบที่สอง ตัดผู้ชุมนุมและผู้คัดค้านออกเหลือ5 ฝ่าย โดยมีประธานรัฐสภาเป็นคนกลาง และแบบที่สาม เป็นเรื่องที่ประธานรัฐสภาต้องไปหาคนกลางและประกอบด้วยคนภายนอกทั้งหมด จึงเริ่มมีความชัดเจนขึ้นตามที่สภาบันพระปกเกล้าฯเสนอมา จึงต้องมาร่วมกันพิจารณา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะส.ส. รวมถึงส.ว. และรัฐบาลด้วย  จึงคิดว่าจะเห็นรูปร่างที่ชัดเจนนับจากวันนี้ไปไม่น่าจะเกิน1 สัปดาห์ก็น่าจะเรียบร้อย

เมื่อถามว่าท่าทีของฝ่ายค้านดูเหมือนจะไม่ตอบรับกับคณะกรรมการฯชุดนี้ นายวิรัชกล่าวว่าฝ่ายค้านก็เหมิอนกับกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตอนแรกก็บอกว่าไม่เห็นด้วย แต่พอมาตอนหลังก็บอกว่าให้เแสดงความจริงใจ รีบเอาเข้าพิจารณารัฐบาลก็แสดงความจริงใจทุกอย่างว่าหากรออีก1 สัปดาห์ก็จะได้ร่างของไอลอว์ด้วย ส่วนฝ่ายค้านไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่คอยจะติว่าทั้งหมดทำถึงไหน จึงอยากให้ฝ่ายค้านไปอ่านดูว่าสิ่งที่รัฐบาลและส.ว.ทำไปนั้นได้มากน้อยแค่ไหน 

เมื่อถามว่าข้อเสนอทั้ง3 แบบของสถาบันพระปกเกล้าฯมองว่าแบบไหนน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด นายวิรัชกล่าวว่าในส่วนของรัฐบาลไม่ขัดข้องว่าจะเป็นแบบไหนก็ได้ ถ้าเรามาร่วมกันแก้ปัญหา แต่คงต้องรอประธานสภา รวมทั้งตัวแทนของทุกฝ่ายว่าจะเห็นชอบรูปแบบไหน แต่หากคิดว่าตรงนั้นไม่ร่วม ตรงนี้ไม่ร่วมบ้านเมืองก็เดินไม่ได้ ดังนั้นอะไรก็ตามขอให้ร่วมและอะไรที่คิดว่าไม่ดีก็มาแก้ไข ในเมื่อบอกว่าสภาถือเป็นทางออกเราก็ต้องมาเอาสภาเป็นทางออก

เมื่อถามต่อว่าฝ่ายค้านระบุว่าเงื่อนไขเดียวที่จะปรองดองได้คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกอย่างเดียว นายวิรัชกล่าวว่ายิ่งตั้งเงื่อนไขว่านายกฯต้องลาออก หากส.ส.เขาย้อนกลับไปว่าฝ่ายค้านก็ลาออกด้วยก่อนหรือไม่ ก็จะทำให้ยุ่งไปใหญ่ ฉะนั้นอะไรที่เป็นเงื่อนไขที่เป็นไปได้ก็ควรจะทำ และอะไรที่เป็นเงื่อนไขเป็นความขัดแย้งก็อย่าไปทำ เมื่อเขาเสนอให้นายกฯลาออกตนก็เสนอไปแล้วว่านายกฯต้องอยู่ต่อเพื่อแก้ไขปัญหา  และยังเป็นผู้มีเสียงสนับสนุนจากสภามากที่สุด ส่วนผู้ชุมนุมก็เป็นผู้ชุมนุมวันนี้เราต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ของประเทศทั้ง 67 ล้านคน  หากให้นายกฯลาออกแล้วสภาเลือกกลับเข้ามาใหม่จะทำอย่างไร มีอะไรตรงไหนที่ไม่ให้นายกฯมาลงสมัครรับเลือกตั้ง