"บิ๊กตู่" เผย ปวดใจ ธุรกิจ "สมุย" เงียบเหงา ลั่น ต้องปลุกท่องเที่ยวภาคใต้ขึ้นอีกครั้ง กำลังเริ่มผ่อนคลาย ถาม 6 ปีที่ผ่านมามีอะไรดีขึ้นบ้าง ชี้ การปรับเปลี่ยน ไม่ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ ระบุ ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดสักอย่าง ย้ำ อย่าให้ใครทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยัน เป็นประชาธิปไตย ชาวบ้านเชียร์ให้อยู่นานๆ
ที่วัดพระเจดีย์แหลมสอ ต.หน้าเมือง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างพบปะประชาชน ว่า นายกฯ ไปที่ไหนก็นึกแต่ประชาชน เพราะเราคือคนไทยด้วยกัน วันนี้มารับฟังความเห็นและปัญหาเพื่อนำไปขับเคลื่อนไปด้วยกัน โดยที่ผ่านมาเราพยายามดำเนินการหลายอย่างมาก่อนมีโควิด ที่รัฐบาลทำหลายอย่างเพื่อวางพื้นฐานทุกจังหวัด แต่วันนี้ไม่สบายใจเพราะเห็นครั้งที่แล้วที่เคยมากับวันนี้เปลี่ยนไปเยอะ ความเงียบเหงาธุรกิจร้านค้าต่างๆ ทำให้นายกฯ เจ็บปวดหัวใจ และเป็นสิ่งที่เราต้องมาพัฒนาเพื่อทำให้การท่องเที่ยวภาคใต้กลับมาคึกคักอีกครั้ง วันนี้จึงมาประชุมครม.ในพื้นที่ภาคใต้ และได้ให้ครม.ไปเยี่ยมเยือนพื้นที่ต่างๆ พร้อมกระจายตรวจติดตามปัญหาในนามพรรคร่วมรัฐบาล
ทั้งนี้ ครม.ห่วงใยทั้งเรื่องสาธารณสุขและเศรษฐกิจ ระยะแรกจำเป็นต้องล็อคดาวน์ ทำให้การแก้ปัญหาโควิดของเราเป็นอันดับแรกๆ ของโลก ดังนั้น การที่รัฐบาลจำเป็นต้องมีประกาศออกมาทั้งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือพ.ร.บ.ควบคุมโรค ทั้งหมดไม่ใช่เพื่อตน ไม่ได้อยากออกในหลายๆ เรื่องและไม่ได้เพื่อเอาอำนาจมาให้ตน แต่เอาอำนาจให้เจ้าหน้าที่เพื่อบูรณาการให้ทุกส่วนทำงานไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก แต่เราต้องภูมิใจความเป็นไทยของเราที่ทำให้ทุกอย่างแม้มีความขัดแย้งอยู่บ้าง แต่ก็ทำให้การแก้ปัญหาของเราทำได้ดีที่สุดระดับโลก วันนี้หลายประเทศก็รอว่าเมื่อไหร่เราจะเปิดประเทศ แต่ถ้าเปิดอิสระเสรีคนมากันเยอะ เราตกลงจะผ่อนคลายได้อย่างไร พื้นที่ไหนมีความเสี่ยงต่ำ เรากำลังเริ่มผ่อนคลาย ยืนยันว่าวันนี้สถานการณ์ยังอยู่ในระดับควบคุมได้ มีการติดเชื้อที่ตรวจสอบได้ในพื้นที่กักกัน ทั้งหมดเป็นผลจากการทำงานของรัฐบาล ร่วมมือกันกับส่วนกลางและส่วนทั้องถิ่น
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ทุกคนภูมิใจ นายกฯ จะทำให้เต็มที่เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปให้ได้โดยจะผ่อนคลายปลดล็อคระยะแรกก่อน วันนี้มีอาเซียนและจีนจะเข้ามาในระยะแรก ต่อไปก็จะมากขึ้นในอนาคต จึงต้องเตรียมการเป็นขั้นตอน หากปล่อยทีเดียวทั้งหมดมีโอกาสซุปเปอร์สเปรดเดอร์ จึงต้องดูขีดความสามารถในการรับมือด้านสาธารณสุขของเรา วันนี้เรามีความพร้อมหมดแล้ว วางแผนทั้งหมด มีมาตรการรองรับถ้ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ควรเกิดขึ้นในแบบที่ไม่จำเป็น โดยการไม่ระมัดระวัง ไม่ใส่หน้ากาก ไม่เข้าพื้นที่ชุมนุมขนาดใหญ่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกัน ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็เจอทุกปัญหา แต่เชื่อว่าทุกปัญหาแก้ได้ ดังนั้นอะไรที่ทำให้เดือดร้อนนายกฯ ต้องขอโทษด้วย ทุกอย่างไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อทุกคน เพื่อไม่ให้สถานการณ์กลับไปล็อคดาวน์อีก อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น แต่ทุกคนต้องช่วยกันระมัดระวังให้ดีที่สุด
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ขอให้ลองทบทวนที่ผ่านมา 4-6 ปี มีอะไรที่ดีขึ้นบ้าง มองภาพรวมเหมือนต่างประเทศที่ให้มองไกลตัวด้วย แต่ส่วนใหญ่มักมองใกล้ตัว โดยต้องเตรียมการตั้งแต่วันนี้เพื่อลูกหลานของเราวันหน้า ทั้งนี้ทุกคนมีความคิดที่แตกต่าง ดังนั้น การปรับเปลี่ยนต่างๆ ไม่ง่ายเหมือนแค่พลิกฝ่ามือ แต่ถ้าเรารวมใจไทยสร้างชาติไม่ว่าใครทำอะไรถ้าดีสนับสนุน โดยต้องเป็นไปตามกฎหมายถูกต้องชอบธรรม ไม่ใช่เพื่อผู้ใดผู้หนึ่ง
"บางคนบอกนายกฯ มีปัญหานู่นนี่ร่ำรวย ทุจริต เขาวัดกันด้วยอะไร เขาวัดกันด้วยการดำเนินคดี การตัดสินของศาล และผมก็ยังไม่เห็นผมทำอะไรผิดสักอย่าง บางคนบอกผมผิดเพราะผมอยู่นานเกินไป เบื่อขี้หน้า ผมไม่รู้เหมือนกันอยู่ในกติกาข้อไหนของการเมืองไทย แต่ผมก็ไม่ว่าหลายคนบอกผมผิดนู้นผิดนี่ ผมไม่ว่าอะไร ผมฟังเฉพาะศาล"นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้อยู่ในโลกดิจิทัล ตนไม่ได้ห้ามอ่านห้ามฟัง แต่ถ้าจะเชื่อทุกอย่างเป็นเรื่องของพวกท่าน มันควรจะเชื่อทุกอย่างหรือไม่ที่เขียนลงไป บางทีไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่เรื่องที่เป็นสาระกลับไม่สนใจ แต่วันนี้ห้ามไม่ได้เป็นเรื่องของสังคมโลกยุคใหม่ประเทศไทยมีแกนหลักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราเกิดบนแผ่นดินไทย อย่าให้ใครทำลาย รัฐบาลข้าราชการทำเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน เราเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้วไม่มีอะไรที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยสักอัน นั่งๆกันอยู่ก็เลือกตั้งมาทั้งนั้น คนที่เลือกคือประชาชน ทุกอย่างเคยมีประวัติศาสตร์ ถ้าจะปรับแก้อะไรก็ต้องดูประวัติศาสตร์ จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก หากวันหน้าทุกอย่างเรียบร้อยก็จะเป็นไปตามที่ต้องการ แต่จะต้องมีกติกา หลักเกณฑ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้องเพลง "คนดีไม่มีวันตาย" ร่วมกับประชาชน จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ร่วมกิจกรรมกวนขนมกาละแม ที่คนในพื้นที่จัดสาทิตต้อนรับโดยประชาชนได้ขอให้นายกรัฐมนตรีอยู่รักษาบ้านเมืองไปนานๆ ดูแลประชาชนด้วย ขณะที่นายกฯ ตอบเป็นภาษาอังกฤษว่า Yes sir โดยประชาชนได้ตอบกลับว่าจะดูแลนายกรัฐมนตรีด้วยเช่นกัน





