"วิลาศ" ตามหาเงิน 2 พันล้าน ปูดทุจริตโครงการจัดซื้อถุงมือยาง อคส. เปิดชื่อ ชื่อ อ.และ ป.วิ่งเต้นประสานงานให้ จี้ "บิ๊กตู่" ปราบโกง
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า(อคส.) มูลค่า 112,500 ล้านบาทว่า ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นการเอื้อทุจริตโดยมีคนในองค์กรร่วมรู้เห็น โดยมีตัวละครเป็นคนนอกอีก 2 คนคือ นาย อ. ซึ่งเป็นสื่อมวลชนเก่า ที่รู้จักกับผู้บริหาร อคส. และ นาย ป.ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการระดับสูง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เป็นคนวิ่งเต้นประสานงาน แต่เหตุไม่ชอบมาพากลคือ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ รักษาการณ์ผู้อำนวยการ อคส. กล้าลงนามในสัญญาแค่ 3 หน้าครึ่ง โดยที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2563 มีมูลค่าสูงถึง 1.1 แสนล้านบาท แต่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า 2,000 ล้านบาท เป็นค่ามัดจำเมื่อวันที่ 2 ก.ย.2563 ภายหลังลงนามในสัญญาได้สั่งผลิต ทั้งที่บริษัทการ์เดียน โกลฟ์ เพิ่งจดทะเบียนขอจัดตั้งได้ไม่ถึง 2 เดือน แต่ไม่มีเครื่องจักรกล หรือกำลังการผลิตถุงมือยาง
"ในสัญญาซื้อขายถุงมือยางระหว่าง อคส. กับบริษัทนี้ ไม่มีการระบุถึงเงื่อนไข หรือการเรียกค่าเสียหาย หากมีการทำผิดสัญญา ถึงแม้บอร์ด อคส.ได้สั่งยกเลิกสัญญาแล้ว แต่ยังไม่มีการเจรจากับบริษัทนี้เกี่ยวกับเงินที่จ่ายล่วงหน้าไปแล้วจำนวน 2,000 ล้านบาท ผมขอตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้ ถ้าผู้บริหาร อคส.ไม่รู้เห็น คงจะไม่สั่งถอนเงินหมุนเวียนภายในองค์กรที่มีอยู่ 3,230 ล้านบาท ออกไปจ่ายล่วงหน้าให้บริษัทนี้ถึง 2,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่รู้ว่า เงินจำนวนนี้อยู่ที่ใคร"นายวิลาศ กล่าว
นายวิลาศ กล่าวด่วยว่า ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดมาตลอดว่ารัฐบาลปราบทุจริต และมีรัฐธรรมนูญปราบโกงหรือแม้แต่ รมว.พาณิชย์ที่ดูแลกำกับ อคส.โดยตรง ก็ไม่เคยพูดถึงการทุจริตการจัดซื้อถุงมือยาง 1.1 แสนล้านบาทเศษ ที่รัฐต้องสูญเงินไปแล้ว 2,000 ล้านบาท ว่าจะเอาคนที่ร่วมทุจริตมาลงโทษตามกฎหมายอย่างไร เพียงแต่บอกสื่อว่าได้ตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว แต่ไม่เคยชี้แจงผลความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป





