"รามเมศ" ซัดกลับ "ไพบูลย์" ขยะแขยงต่อแนวความคิด โบ้ย ปชป.ได้คืบเอาศอก-โหนกระแสม็อบ ปมแก้รัฐธรรมนูญ
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงสถานการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้เชื่อว่าทุกฝ่ายเห็นตรงกันในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านไม่มีปัญหา เพราะมีการเสนอร่างของแต่ละฝ่ายอยู่แล้ว เมื่อถึงวาระรับหลักการคงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ขณะที่ฝ่ายวุฒิสมาชิกเชื่อว่า กมธ.วิสามัญ แก้รัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ จะได้ทำความเข้าใจเพื่อให้เห็นไปในทิศทางเดียวกัน และหากผู้ที่มีความผูกพันในการแต่งตั้งวุฒิสมาชิกช่วยทำความเข้าใจแล้ว เชื่อว่าจะผ่านไปได้ไม่ยาก
นายราเมษ กล่าวว่า ส่วนนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่าไม่พอใจพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะได้คืบเอาศอกโหนกระแสการชุมนุม โดยกล่าวหาว่าร่างของพรรคร่วมเปิดทางให้แก้หมวด 1 หมวด 2 นั้น เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง การให้สัมภาษณ์ลักษณะเช่นนี้ทำให้เกิดความรู้สึกที่นอกจากสร้างความไม่พอใจแล้ว ยังทำให้รู้สึกขยะแขยงต่อแนวความคิด เพราะพรรคไม่เคยคิดว่าได้คืบจะเอาศอก แต่หลักสำคัญของการแก้รัฐธรรมนูญคือต้องทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น
"คุณไพบูลย์ต่างหากที่ไม่คิดจะคืบมีแต่จะคาบ พรรคไม่คิดโหนกระแสผู้ชุมนุม เพราะมีหลายเรื่องที่มีแนวคิดแตกต่างจากผู้ชุมนุม ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วม ได้กำหนดหลักการไว้ชัดว่าไม่มีการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 คุณไพบูลย์มาด่าพรรคประชาธิปัตย์อย่างนี้ได้อย่างไร อย่าไปห้อยโหน สว. เลย พูดจาตรงไปตรงมาตามหลักการดีกว่า” นายราเมศกล่าว
นายราเมศ กล่าวต่อว่า ในร่างของพรรคร่วม นอกจากพรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนแล้ว สิ่งหนึ่งที่หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรต้องทบทวน กรณีการเลิกกิจการพรรคการเมืองแล้วยื่นยุบพรรคตัวเอง เปิดโอกาสให้มี ส.ส.บัญชีรายชื่อไปอยู่พรรคอื่น และคะแนนจะโอนไปพรรคใหม่หรือไม่ อีกทั้งยังมีข้อสงสัยอีกด้วยว่า ส.ส.ที่ย้ายไปนั้นจะไปอยู่ลำดับบัญชีรายชื่อที่เท่าไหร่ในพรรคใหม่ ดังนั้นหากมีการแก้รัฐธรรมนูญควรกำหนดให้ชัดไปเลยว่า การย้ายไปเป็นกาฝากที่พรรคใหม่นั้นจะไปอยู่ตรงไหน





