“หมอวรงค์” ซัดปมแอมเนสตี้ติงไทย "ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด"-ชักศึกเข้าบ้าน ชี้ม็อบ 19 ก.ย.ยังไม่สุกงอม
จากกรณีองค์กรนิรโทษกรรมสากล “แอมเนสตี้” ออกมาเรียกร้องสิทธิให้กลุ่มผู้ชุมนุมต่อรัฐบาลไทย ล่าสุด วันนี้ (7 ก.ย.63) ท่าทีจาก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี กล่าวว่า เป็น "ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด" เพราะหากย้อนไปดูจะพบว่ามีความสัมพันธ์กัน ทุกอย่างเป็นไปตามตำราการชักศึกเข้าบ้านด้วยการดึงเอาองค์กรเอ็นจีโอต่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มนี้เพื่อกดดันรัฐบาล
สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในช่วงการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่มีกลุ่มติดอาวุธดักทำร้าย ใช้อาวุธสงครามยิงใส่กลุ่ม กปปส. จนมีผู้เสียชีวิต 24 ราย มีผู้บาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บรวมกว่า 700 คน แต่องค์กรเหล่านี้กลับเงียบกริบไม่มีการออกมาแสดงท่าทีใดๆ ไม่มีแม้แต่จะท้วงติงถึงการปกป้องสิทธิใดๆของพี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่งเหตุการชุมนุมที่เกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาในรัฐต่างๆ ที่คนผิวสีออกมาเรียกร้องสิทธิหลังตำรวจผิวขาวยิงปืนใส่คนผิวสีจนเสียชีวิตในหลายรัฐจนเกิดเป็นกระแสเรียกร้องสิทธิคนผิวสีไปทั่วโลกทุกวงการ ไม่เห็นองค์กรแอมเนสตี้ที่ว่านี้จะออกมาแสดงบทบาทเรียกร้องสิทธิ หรือท้วงติงใดๆต่อทางการหรือรัฐบาลประเทศนั้น
“พฤติกรรมสมรู้ร่วมคิดในการชักศึกเข้าบ้านที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ ผมบอกได้เลยว่า คนไทยรับไม่ได้เพราะเป็นเรื่องภายในบ้านของเรา ไม่ใช่ดึงคนนอกบ้านเข้ามาแทรกแซงปัญหาในบ้าน และรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่ได้มีพฤติกรรมเลวร้ายเช่นรัฐบาลในอดีตที่ใช้กำลังกับผู้ชุมนุม เชื่อว่า การนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ เงื่อนไขต่างๆ ยังไม่สุกงอมพอที่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง อย่างที่บอกว่ารัฐบาลพยายามดูแล ไม่ให้เกิดเหตุไม่พึงประสงค์ จึงเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ในสังคมคงรู้ว่าอะไรควร หรือไม่ควร และอย่าเปิดโอกาสให้คนนอกเข้ามาแทรกแซงเรื่องในบ้านของเรา” นพ.วรงค์ กล่าว





