วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'สามารถ' สวนกลับ 'ธนาธร' ยกคำสอนพุทธทาสภิกขุ อย่าเห็นแก่ตัว

ผอ.ศูนย์ร้องทุกข์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สวนกลับ "ธนาธร" ยกคำสอน "พุทธทาสภิกขุ" อย่าเห็นแก่ตัว หัดฟังคนอื่นบ้าง

กรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ร่วมจัดรายการ ก้าวหน้า Talk กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โดยมีผู้ชมถามถึงเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนักศึกษาอาชีวะ ทั้งกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ที่ชุมนุมปกป้องสถาบัน และกลุ่ม "สามพระจอมจะยอมได้ไง" เครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าฯ 3 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือ มจพ.ร่วมกับกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชน และกลุ่มอาชีวะโค่นเผด็จการ ที่เรียกร้องการแก้รัฐธรรมนูญ ยุบสภา และยกเลิกกฎหมายที่คุกคามเสรีภาพประชาชน

159628062728

วันนี้ (1 ส.ค.) นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ออกมาเตือนสติ นายธนาธร กรณีออกมาบอกว่า อย่าให้ใครมาอ้างชื่ออาชีวะไปจัดตั้งก่อม็อบชนม็อบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นแนวความคิดที่วิบัติของนายธนาธร ที่เห็นแก่ตัวเอาแต่ผลประโยชน์ตัวเองเป็นที่ตั้งไม่เคยฟังเสียงคนอื่นเลย ทั้งยังเอาแต่เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรักฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตลอดจนคณะรัฐบาลฟังเสียงประชาชนและม็อบของตัวเอง ทั้งที่ยังมีคนอีกจำนวนมากสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เช่นการเคลื่อนไหวของม็อบอาชีวะนักศึกษา นายธนาธรกลับออกมาพูดว่าอย่าให้ใครอ้างชื่อก่อม็อบชนม็อบ ทั้งที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติกำหนดไว้ชัดเจนในเรื่องสิทธิและเสรีภาพการแสดงออก ฉะนั้นทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงออกแต่ทำไม นายธนาธร จึงมาออกความคิดเห็นแนวนี้

การที่นายธนาธรได้แสดงความเห็นว่า คนอาชีวะเป็นกำลังหลักในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในยุค 14 ตุลา 2516 กลุ่มคนที่นอนขวางรถถัง ก็เป็นเด็กอาชีวะ กลุ่มคนที่เข้าไปถอดสลัก รื้อฟันเฟืองรถถังจนวิ่งไม่ได้ก็อาชีวะ เพราะเด็กมหาวิทยาลัยสายสามัญทำไม่เป็น ตนไม่เข้าใจว่า นายธนาธร หวังผลอะไรหรือมีนัยยะอะไรแอบแฝงหรือไม่ คิดว่าประชาชนทั่วไปน่าจะมองเห็นเจตนาที่แท้จริงของนายธนาธร

ทั้งนี้ เหตุที่กลุ่มอาชีวะออกมาเรียกร้องเพราะเขาอยากจะพูดให้สังคมได้เห็นว่า เขาไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดของนายธนาธร ซึ่งการที่ออกมาอ้างว่าวันที่ 14 ตุลาคน 2516 กับปัจจุบันวันนี้ 1 สิงหาคม 2563 คนละเหตุการณ์กัน

รัฐบาลนี้นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ มาจากการเลือกตั้งที่ถูกต้องจากสนามแข่งขันเดียวกับนายธนาธร ซึ่งรัฐธรรมนูญก็ผ่านการลงมติจากประชาชนทั้งประเทศ ฉะนั้นแล้วการที่นายธนาธร พยายามหยิบโยงนั้นตนไม่เข้าใจ แต่เข้าใจและเห็นชัดเจนว่า นายธนาธรไม่มีสิทธิ์ที่จะออกมาชี้นำใครทางการเมือง เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำพิพากษาเป็นเด็ดขาดให้ตัดสิทธิ์ทางการเมือง นายธนาธร เป็นเวลา 10 ปี ที่ผ่านมาเราจะเห็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หรือนักการเมืองในอดีตที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองแล้วไปทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น ทำทีมฟุตบอล สอนหนังสือ และธุรกิจส่วนตัว ไม่มีใครมาชี้นำปลุกม็อบแบบนายธนาธร

159628065219

วันนี้ตนขอวิงวอนให้นายธนาธร มีสามัญสำนึกต่อชาติบ้านเมืองและประชาชน เหนือสิ่งอื่นใดคือจิตวำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

นายสามารถ กล่าวต่อว่า เดือน ส.ค. เป็นเดือนที่สำคัญต่อประชาชนชาวไทยอยากให้นายธนาธร ตั้งสติและลดความเห็นแก่ตัวลง แล้วหันมองผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง ตนคิดว่าถ้าวันนี้ นายธนาธร เลิกมีทิฐิและเสียสละ ประเทศไทยคงเป็นชาติมหาอำนาจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแน่นอน สุดท้ายนี้ขอยกคำพูดของ ท่านพุทธทาสภิกขุ เตือนสตินายธนาธร ว่า "การเห็นแก่ตัวจัดเป็นกิเลสตัวแรก ที่จะต้องล้างให้ได้ก่อนตัวอื่นๆ" อยากให้คนอื่นฟัง ต้องหัดเคารพและฟังคนอื่นด้วย