นายกฯแนะทุกพรรคหาทางออก หลัง “กมธ.งบฯ64” ล่ม ชี้มีความสำคัญ เร่งคุยลดความขัดแย้ง ด้าน “วราเทพ” โต้ฝ่ายค้าน ยันมีแผนชัดเจน-ไร้ใบสั่ง มั่นใจก.ย.ชงเข้าสภาวาระ 2-3 ขณะที่ “เพื่อไทย” เตือน พปชร. ฮุบโควตาเจอป่วน “ชาดา” ปัดตีรวนปมปรับครม.
ปัญหาการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2564ล่ม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดยมีกระแสข่าวว่า กมธ.บางส่วนไม่พอใจกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในการจัดสรรโควตาคณะอนุกรรมาธิการ
ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่าเป็นเรื่องผู้เกี่ยวข้องในพรรคการเมืองทุกฝ่ายต้องหาวิธีการพูดคุยว่าปัญหาเกิดจากตรงไหนอย่างไรหาทางออกร่วมกันให้ได้ถ้าไม่คุยกันก็ตกลงกันไม่ได้ก็อยู่อย่างนี้เดินหน้าประเทศไม่ได้ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาในการจัดทำงบประมาณซึ่งงบฯปี64 มีความสำคัญเพราะอยู่ในช่วงการเปิดสภาต่อไปด้วยปีหนึ่งมีการเปิดและปิดสภา 2 ครั้ง ต้องระวังตรงนี้ด้วยไม่ให้เกิดความขัดแย้งก็แล้วกัน
ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่องค์ประชุมกมธ.วิสามัญพิจารณางบประมาณ2564ล่ม เมื่อวันที่ 20 ก.ค. หลังกมธ. ซีกรัฐบาลไม่พอใจการทำงานพรรคพลังประชารัฐหรือ พปชร. ที่ไม่ยอมกระจายตำแหน่งประธานให้พรรคร่วม ว่า กรณีดังกล่าวไม่น่าจะเป็นปัญหาต่อการทำงาน เพราะน่าจะเกิดจากการจากการปรับจูนกัน และการทำงานร่วมกันต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน แม้จะมีเสียงข้างมาก ก็จะมารวบการทำงานคนเดียวไม่ได้ ตามหลักประชาธิปไตยเพื่อแบ่งหน้าที่ให้กับทุกคนเชื่อ จากปัญหาที่เกิดขึ้นจะมีการพูดคุยกันแล้ว
“วราเทพ”ยันงานกมธ.คืบหน้า
ด้านนายวราเทพ รัตนากร รองประธานกมธ.แถลงถึงองค์ประชุมล่ม โดยยืนยันว่า การประชุมในกมธ.ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด การที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ที่ปรึกษากมธ.ระบุว่า การประชุมกมธ.งบฯไม่มีการกำหนดกรอบการพิจารณานั้น ยืนยันว่าไม่จริง กมธ.มีการกำหนดกรอบและแผนงานชัดเจนว่า หน่วยงานใดจะมาชี้แจงเมื่อใด แต่ประธานที่ประชุมไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไรได้ มีเพียงแค่ทำหน้าที่ตามมติที่ประชุมและควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับและไม่ได้มีการรอคำสั่งจากภายนอกอย่างที่กล่าวหา
ยอมรับว่าการพิจารณาของกมธ.ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไป 3 วัน แต่เชื่อว่า จะสามารถพิจารณาได้แล้วเสร็จทันภายในกรอบ 105 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 28 ก.ย.นี้คาดว่าจะนำร่างพ.ร.บ.งบฯส่งให้สภาฯได้ในวันที่ 16-17ก.ย.
ส่วนที่มีการระบุว่าสาเหตุความขัดแย้งมาจากเรื่องการแบ่งโควตาประธานอนุกมธ.7 คณะที่พรรคพลังประชารัฐจะยึดไปทั้งหมด เห็นว่าการแต่งตั้งประธานอนุกมธ. ไม่เกี่ยวกับประธานกมธ.ที่ผ่านมาให้ตัวแทนฝ่าย รัฐบาลและฝ่ายค้านไปเจรจาเรื่องแบ่งโควตาประธานอนุกมธ.แล้ว แต่ยังไม่นำกลับมารายงานต่อที่ประชุมกมธ. อีกทั้งไม่มีข้อบังคับเขียนว่า ประธานอนุกมธ.ต้องมีสัดส่วนจากทุกพรรคการเมือง ขึ้นอยู่กับข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่าย ทุกอย่างน่าจะตกลงได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะอนุกมธ.ใดๆ คาดว่าในสัปดาห์ที่ 3 ของการทำงาน จะเริ่มแต่งตั้งอนุกมธ.ชุดต่างๆได้
เตือนพปชร.ฮุบโควตาเจอป่วน
ด้านนายวรวัจน์ กล่าวว่า เหตุประชุมล่มที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการประชุมกมธ.ไม่เคยพูดคุยถึงแนวทางที่ชัดเจนการทำงาน ทิศทางของงบประมาณตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องปรับลด แต่ไม่เคยมีการพูดคุยจะปรับลดกันอย่างไร มีแต่การให้หน่วยงานต่างๆชี้แจงไปเรื่อย โดยไม่มีข้อสรุปอะไรออกมาเลย ทำให้การทำงานของกมธ.ล่าช้ามาก คณะอนุกมธ.ชุดต่างๆที่เบื้องต้นคาดว่าจะมี 7คณะ ก็ยังไม่มีการแต่งตั้ง เรื่องนี้จะต้องมีการพูดคุยกันเพื่อปรับแนวทางการทำงานให้ชัดเจนโดยเร็ว
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุพปชร.จะฮุบโควตาประธานอนุกมธ.7 คณะไว้ฝ่ายเดียวเก็นว่า ตามปกติแล้วตำแหน่งประธานอนุกมธ.จะเป็นไปตามสัดส่วนโควตาของพรรคการเมือง หากพปชร.ตั้งธงจะเอาหมดทุกคณะ แสดงว่า แม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันก็ไม่แบ่งให้ ถ้าเป็นเช่นนี้สัญญาณออกมาไม่ดีแน่ เท่าที่ทราบขณะนี้พรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จับมือกันในกมธ.แน่นมาก ถ้าไม่อ่อนลงก็ต้องมีปัญหาเกิดขึ้นอีก
เช่นเดียวกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นกมธ.ที่เสนอให้นับองค์ประชุม กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นคนละเรื่องอย่าเอามาปนกัน แต่ปัญหาของคณะกมธ.ฯในขณะนี้คือยังขาดแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ส่วนปัญหาการจัดสรรตำแหน่งประธานคณะอนุกมธ.เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ปัญหาหลักคือการไม่มีแนวทางการทำงานที่ชัดเจน





