1 ใน 5 โครงการ ใช้เงินกู้จากพระราชกำหนดฯ กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ล็อตแรกวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 8 ก.ค.63 ชักเริ่มมีกลิ่นตุตุ
หลังจากผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) เพื่อขอใช้จ่ายภายใต้แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
5 โครงการที่ว่า ประกอบด้วย 1. โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน 9,800 ล้านบาท
2.โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย วงเงิน 4,700 ล้านบาท
3.โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน (One Stop Service) ของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน 169.88 ล้านบาท
4.โครงการพื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว (Safety Zone) ของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วงเงิน 15 ล้านบาท
5.โครงการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ด้านสัตว์ป่า ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วงเงิน 741.58 ล้านบาท
สืบทราบมาว่า “สำนักงบประมาณ” ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานภายใต้ “ศูนย์อํานวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ” หรือ ศอตช. ได้ทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลน.) เสนอความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาของ ครม.
ความเห็นของสำนักงบประมาณระบุว่า “อนุมัติโครงการฯ เพื่อขอใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามบัญชีท้าย พระราชกําหนด รอบที่ 1 (ครั้งที่ ) จํานวน 4 โครงการ ยกเว้นโครงการ 1 ตําบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรอบวงเงินวงเงิน 9,800 ล้านบาท”
โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากโครงการยังไม่มีความชัดเจนของกรอบวงเงินของแต่ละหน่วยงาน ที่จะเข้าร่วมดําเนินโครงการ ทั้ง 10 หน่วยงาน จึงเห็นสมควรให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กําหนดวงเงินกู้ ของโครงการ/รายการในแต่ละหน่วยงาน ภายใต้กรอบวงเงินโครงการให้ชัดเจน
รวมทั้งจัดทําแผนการดําเนินงาน ในเชิงบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม และครอบคลุมในทุกมิติ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตามขั้นตอน ก่อนนําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ตอนท้ายของเอกสาร สำนักงบฯ เตือนสติด้วยว่า “เพื่อให้การใช้จ่ายเงินกู้มีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่า และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่กําหนดไว้ หน่วยงานเจ้าของโครงการควรเร่งดําเนินการให้ทันต่อสถานการณ์ และปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ถูกต้องครบถ้วนอย่างเคร่งครัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความชัดเจนของโครงการ/รายการ ระยะเวลาดําเนินการ และความเหมาะสมของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ อัตรา และมาตรฐานของทางราชการอย่างประหยัด ไม่มีความซ้ำซ้อนกับโครงการอื่นๆ ของภาครัฐ มีความโปร่งใสที่แสดงถึงความรับผิดชอบของหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง สามารถตรวจสอบได้ ในทุกขั้นตอน
โดยให้ความสําคัญกับระบบการติดตามและประเมินผลให้ทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ สูงสุดของทางราชการและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ภายหลังจากที่ดําเนินแผนงาน หรือโครงการแล้ว ต้องไม่ก่อให้เกิดภาระงบประมาณรายจ่ายในปีต่อ ๆ ไป
สรุปง่ายๆ สำนักงบฯแขวน 9,800 ล้านบาทไว้ก่อน พร้อมทักท้วงมาขนาดนี้ ถือว่ามีประเด็นเสี่ยงจะงามไส้





