"ประยุทธ์" ปัดออกกฎหมายนิรโทษกรรมการเมือง โวยคนปล่อยข่าวประสงค์สิ่งใด ยืนยันไม่ก้าวก่ายงานกระทรวงยุติธรรม "สมศักดิ์" ปฏิเสธ ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ ขณะที่สภาฯผ่านร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ 8 หมื่นล้านสู้โควิด "ฝ่ายค้าน" อัดรัฐบาลโอนงบน้อยเกินจริง
ภายหลังมีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม เตรียมดำเนินการออกกฎหมายนิรโทษกรรมคดีชุมนุมทางการเมือง เพื่อนำประเทศไปสู่การปรองดอง โดยจะงดเว้นคดีทุจริต
วานนี้ (18 มิ.ย.) นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปฏิเสธกระแสข่าวแนวทางนิรโทษกรรมให้กับคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมืองว่า ไม่มีมูลความจริงใดๆ และไม่ทราบเจตนาผู้ปล่อยข่าวว่ามีความประสงค์สิ่งใด ยืนยันรัฐบาลมุ่งหน้าแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด 19 และการดูแลช่วยเหลือประชาชนทุกภาคส่วน พร้อมขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่แปรเปลี่ยนไปจากโควิด 19
“ทั้งนี้กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่รับผิดชอบ และดูแลการดำเนินการเกี่ยวกระบวนการยุติธรรมต่างๆ รวมทั้ง การขอพระราชทานอภัยโทษ ในกรณีต่างๆนั้น กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม มีการดำเนินการตามเกณฑ์ต่างๆที่กำหนดอยู่แล้ว และรัฐบาลไม่สามารถไปก้าวก่ายหรือเสนอแนวทางใดๆได้” นางนฤมล กล่าว
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ทราบ หากจะมีจริงคงจะมีการเรียกประชุมปรึกษาหารือกัน อาจจะเป็นแนวทางของผู้ใหญ่หรือไม่ ตนก็ยังไม่ทราบ
อัดรัฐบาลโอนงบน้อยเกินจริง
ทางด้านที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... จำนวน 88,452,597,900 บาท จากนั้นจะส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป สำหรับการอภิปรายตลอด 10 ชั่วโมงนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลสามารถโอนงบประมาณที่มีความไม่จำเป็นได้มากกว่านี้ โดยงบประมาณเกี่ยวกับการซื้ออาวุธและการจัดอบรมสัมมนา
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการวิสามัญสัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่เหมาะสมเพราะทำให้ประชาชนและหน่วยงานราชการที่ได้รับงบประมาณไปแล้วถูกตัดมา ทั้งที่จุดประสงค์ในการโอนงบประมาณเหล่านี้ต้องการใช้เพื่อแก้ปัญหาโควิด เมื่อเทียบกับงบประมาณที่กู้เงินมาก็เพียงพอแล้ว และเงินโอนนี้ก็เพียง 5% ไม่ควรโอนเงินกลับมาเพราะตอนนี้เหมือนการสร้างหนี้สินให้กับประเทศ ซึ่งไม่สนใจการสร้างหนี้ให้กับประเทศ
นอกจากนี้ ในกฎหมายยังไม่อนุญาตให้กรรมาธิการปรับลดหรือเพิ่มงบประมาณดังกล่าว ทำให้สภาเหมือนตรายาง ทั้งที่หน่วยงานสามารถใช้งบประมาณของตัวเองใช้ในกรณีฉุกเฉินช่วยเหลือประชาชน ไม่จำเป็นต้องโอนมาเก็บไว้ที่งบกลาง ขณะเดียวกันตนเห็นว่ามหาวิทยาลัยและโรงเรียน กว่าจะได้งบประมาณมาเป็นเรื่องยาก และจำเป็นต่อการศึกษาของนักเรียน
อีกทั้งยังไม่สามารถคืนในงบประมาณ 2564 ได้เพราะจัดทำไปแล้ว แล้วกว่าที่เด็กนักเรียนจะได้รับงบประมาณเหล่านี้คืน ต้องไปคืนที่งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ตรงกันข้ามกระทรวงกลาโหมบอกว่าโอนงบประมาณกลับมาเยอะ แต่เอกสารของกระทรวงที่กรรมาธิการกำลังพิจารณากลับถูกทหารมาเก็บกลับคืนไปทั้งที่ยังพิจารณาไม่จบ ตนจึงถามว่าใช้อำนาจหน้าที่ใดในการละเมิดการทำงานของกรรมาธิการ
น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายเพิ่มเติมว่า การนำเงินงบประมาณไปใช้ให้กับประชาชนโดยตรง โอนไปสู่งบกลางและให้อำนาจกับนายกรัฐมนตรีเต็มกับรัฐมนตรีไปใช้โดยไม่ต้องตรวจสอบความโปร่งใสจะถูกนำมาใช้เพื่อการหาเสียงด้วยหรือไม่ หลายโครงการเป็นโครงการจำเป็นแต่ถูกตัดออกมาโดยไม่มีประสิทธิภาพและไม่สอดคล้องกับความต้องการ
นอกจากนี้ยังมีการตัดงบทางลาดผู้สูงอายุ ที่ตั้งไว้เพียง 7 แสนบาท ซึ่งผู้สูงอายุเหล่านี้อาจเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือการบริหารที่ล้มเหลวมากกว่าโควิด ขณะเดียวกันงบประมาณของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ก็ถูกตัดทั้งที่เป็นที่พึ่งของประชาชนจำนวนมาก แทนที่จะทำให้โรงพยาบาลเข้มแข็งยกระดับความมั่นใจในด้านสาธารณสุข
ด้านนายวราเทพ รัตนากร กรรมาธิการวิสามัญสัดส่วนของรัฐบาล ชี้แจงว่า กรณีที่มีทหารมาเก็บเอกสารของกระทรวงกลาโหม ไม่ใช่เป็นการบังคับ แต่เห็นว่ากรรมาธิการดูเอกสารเหล่านั้นจนจบแล้วจึงขอเก็บกลับไป ส่วนการตัดโอนงบประมาณทั้งหมดก็เน้นไปที่งบประมาณการเดินทางไปต่างประเทศ และไม่ได้ตัดโอนงบประมาณทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับประชาชน แต่ตัดเพียงแค่บางส่วนที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทัน
นอกจากนี้สมาชิกยังแสดงความกังวลถึงการโอนงบบางหน่วยงานอาทิ สถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานสมเด็จพระสังฆราช โรงพยาบาล โรงเรียนต่างๆ ซึ่งอาจทำให้มีงบไม่เพียงพอ พร้อมยกตัวอย่าง กรณีข้อพิพาทระหว่างพระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วและบุคคลที่อ้างว่า เป็นเจ้าของที่ดินมูลค่า 10 ล้าน
สำนักงบฯแจงกันงบกลางใช้ฉุกเฉิน
ขณะที่นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ชี้แจงว่าในงบกลาง 5 แสนกว่าล้านบาทถูกใช้ไปเรื่องการป้องกันแก้ไขและเยียวยาโควิดไป 5 หมื่นกว่าล้าน ซึ่งเงินตรงส่วนนี้เดิมต้องเตรียมไว้ใช้สำหรับแก้ปัญหาภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงเป็นเหตุให้ต้องจัดทำ พ.ร.บ. โอนงบประมาณ 8.8 ล้านบาทนี้ขึ้นมาทดแทน พร้อมทั้งยืนยันว่างบประมาณที่ตัดมา ไม่กระทบกับสังคม การศึกษา และการสาธารณสุข
หลังจากมีการอภิปรายนานกว่า 8 ชั่วโมงท้ายที่สุดที่ประชุม 434 เสียง มีมติ 250 ต่อ6 เสียง เห็นชอบร่างพ.ร.บ. โดยมีผู้งดออกเสียง 178 เสียง ขึ้นตอนต่อไปสภาฯจะมีการเสนอร่างไปยังรัฐบาลก่อนที่จะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯและบังคับใช้ต่อไป





