“อนุทิน” ตั้งกก.สอบปมกล่าวหา รพ.สังกัดสาธารณสุข 186 แห่งรับเงินบริษัทยา “ม.ล.นพ.สมชาย” นั่งประธาน คลอบคลุมกรณี รพ.ชุมแพ หลังใบเสร็จรับเงินปี 61 โผล่ ไม่ปฏิเสธไลน์หลุด สั่งปลัดสธ.ห้ามย้าย 2 นายแพทย์ระหว่างถูกสอบ ขณะที่อดีตขรก. สธ. เรียกร้องธรรมาภิบาล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เดินหน้าตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีนักวิชาการอิสระ ออกมาเปิดเผยข้อมูล การรับเงินจากบริษัทยาของโรงพยาบาล(รพ.)สังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ทั้งโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป(รพศ./รพท.)และโรงพยาบาลชุมชน(รพช.)รวม 186 แห่ง โดย รมว.สธ.ระบุว่า จะตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด เป็นชุดใหญ่ ที่ตนมีอำนาจเพื่อสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว โดยจะลงนามแต่งตั้งภายในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ก็น่าจะครอบคลุมไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่ รพ.ขอนแก่นด้วย แต่ไม่ได้ตั้งกรรมการสอบการออกคำสั่งย้าย ผอ.รพ.ขอนแก่นแต่อย่างใด
ทั้งนี้ สำหรับกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโรงพยาบาล 186 แห่ง ประกอบด้วย นพ.มล.สมชาย จักรพันธ์ ประธานคณะที่ปรึกษา รมว.สธ. เป็นประธานกรรมการฯ นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัด สธ. นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัด พ.ต.อ.ประเวศ วงษ์ประมุข หัวหน้าสำนักงานกฎหมายรมว.สธ. และนพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผอ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ตัวแทนจาก รพ. ตัวแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ซึ่งกรรมการจะเป็นผู้คัดเลือก โดยมีกรอบการทำงานคือ ให้ทำโดยเร็ว และรายงานตรงถึงตน
สอบครอบคลุมรพ.ชุมแพ
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรรมการชุดนี้จะสอบไปถึงกรณีมีเอกสารใบเสร็จรับเงินจากบริษัทยา ของรพ.ชุมแพด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คณะกรรมการจะตรวจสอบเป็นมาตรฐานเดียว รวมถึงกรณีเอกสารการรับเงินบริษัทยาของ รพ.ชุมแพด้วย ไม่ได้เพิกเฉย ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นธรรม ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่ผู้เสียหายหรือได้ประโยชน์ในเรื่องนี้ ยึดถือระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ยึดถือรัฐธรรมนูญ
“เรื่องนี้ผมต้องเข้ามาแล้ว เพราะมีการกล่าวหา รพ.186 แห่ง คิดเป็นกว่า 20% ของรพ.ในสังกัด สธ. เรื่องนี้ต้องรับผิดชอบทั้ง 2 ฝ่าย หากไม่จริง คนกล่าวหาก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าจริง รพ.เหล่านั้นก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตรวจสอบไม่ยาก สามารถดูบัญชีธนาคาร ดูการออกใบเสร็จรับเงิน เพราะถ้ามีการบริจาคเข้ามาแบบนี้ ต้องมีการเอาไปหักภาษี ถ้าไม่มีตรงนี้ แต่กลับมีเงินเข้ามาจำนวนมาก อาจจะมีความผิดปกติอะไรหรือไม่"
ส่วนกรณีที่นายกฯมีความห่วงใย ที่เรื่องลุกลามใหญ่โตหรือไม่นั้น นายอนุทิน ระบุว่า ไม่อยากให้มองว่าลุกลามใหญ่โต เพราะเรื่องเกิดขึ้นแค่ตรงนี้ ไม่ใช่เรื่องความรู้สึกที่พิสูจน์ไม่ได้ กรณี รพ.ขอนแก่นนั้น เดิมมีกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่มี นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศ สธ.เขต 6 เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ขอนแก่น พบว่ามีมูล จนมีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงที่มี นพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการเขต 11 เป็นประธาน ตรงนี้ขอให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปตามขั้นตอน
ไม่ปฏิเสธสั่งห้ามย้าย 2 ผอ.รพ.
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีแหล่งข่าวระบุว่า นายอนุทิน สั่งการในไลน์กรุ๊ปผู้บริหาร ห้ามย้ายขาดนพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ออกจากตำแหน่ง และ ห้ามย้าย นพ.เกรียงศักดิ์ ออกจากตำแหน่ง ผอ.รพ.พระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี จนกว่าการสอบสวนวินัยร้ายแรงจะแล้วเสร็จ และจะมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีเรียกรับเงิน และกรณีการออกคำสั่งย้าย ผอ.ทั้ง 2 รพ.ด้วยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ทราบว่าไลน์หลุดไปได้อย่างไร แต่ไม่ได้สั่งการ เพียงแต่ส่งเป็นข้อความไปในไลน์ผู้บริหารกระทรวง และได้บอกปลัด สธ.ว่า ช่วงนี้ทุกฝ่ายต้องการความเป็นธรรม ที่มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง สอบวินัยต่างๆ ก็ทำให้เสร็จสิ้นก่อน อย่าเพิ่งไปทำอะไร”
ส่วนเรื่องการสั่ง นพ.เกรียงศักดิ์ไปรักษาการก็ไม่ว่าอะไร เป็นดุลพินิจ เป็นอำนาจปลัด สธ. อยู่แล้ว ตรงนี้ต้องเข้าใจว่า การทำงานด้วยกันต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ใครมีอำนาจอะไร เท่าไหร่ ตรงไหน ใครที่รับผิดชอบในตรงนั้นตัดสินใจแล้ว กล้ารับผิดชอบ คนที่เหนือกว่านั้นก็ทำอะไรไม่ได้ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย สั่งไม่ได้ และไม่ได้สั่ง เพราะถ้าสั่งก็จะเท่ากับเป็นการก้าวก่าย
เพราะฉะนั้นสรุป นพ.ชาญชัย ยังเป็น ผอ.รพ.ขอนแก่น แต่ย้ายมาปฏิบัติงานที่ สธ. ส่วน นพ. เกรียงศักดิ์ ก็ยังเป็น ผอ.รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี แต่ก็เป็นรักษาการ รพ.ขอนแก่นด้วย แต่ที่เขียนข้อความในไลน์กลุ่มผู้บริหาร เพื่อป้องกันว่าหากมีใครจะย้ายขาดก็ขอให้อย่าทำ ให้นิ่งที่สุด
ปมย้ายหมอชาญชัยข่มขู่พยาน
เมื่อถามว่า ที่มีการทักท้วงคือการย้าย นพ.ชาญชัยออกมา ทั้งที่ยังไม่ผิด นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ต้องไปถาม นพ.สุขุม การให้ออกมา เพราะมีการข่มขู่พยาน ซึ่งไม่ทราบ แต่ปลัดบอกว่ามีแบบนี้และใช้ดุลพินิจของปลัดออกมาให้เกิดความเป็นธรรมกับคนที่ถูกกล่าวหา และคนที่เข้าไปสอบสวน และวงศ์วานว่านเครือด้วย
ส่วนที่ปลัดออกมาระบุว่า การย้ายไม่ได้มาจากการข่มขู่พยานนั้น นายอนุทิน กล่าวว่าไม่ได้คุยกับท่านปลัดเรื่องนี้ แต่ก็ยึดตามหนังสือเป็นหลัก การถามหรือสอบถามด้วยวาจา อาจจะไตร่ตรองไม่ทัน แต่สิ่งสุดท้ายต้องไปยืนยันเอกสารที่เป็นหลักฐาน
ส่วนที่นพ.ชาญชัยร้องเรียนว่าคับข้องใจ และเป็นทุกข์กับคำสั่งของปลัด สธ.ที่ออกมา ได้ทำหนังสือรับทราบและจะให้ความเป็นธรรม แต่ก็ขอให้นพ.ชาญชัยไปร้องที่ ก.พ.ด้วย เพราะ รมว.สธ.รับเรื่องมาดำเนินการไม่ได้ กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้
อดีตขรก.สธ.ยื่นเรื่อง“อนุทิน”
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการเกษียณ สธ. อดีตประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป(รพศ./รพท.)จำนวน 9 คน ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึก เรื่อง ขอให้ตรวจสอบและดำเนินการให้เกิดธรรมาภิบาลในการบริหารภายใน สธ. ถึงนายอนุทิน
โดย นพ.ประเสริฐ ขันเงิน อดีต ผอ.รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก ประธานชมรมฯ พ.ศ.2554-2556 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ รพ.ขอนแก่น ซึ่งเมื่อประมวลเรื่องราว ตั้งแต่ปี 2561 มีข้อสงสัยหลายประเด็นในการใช้อำนาจของปลัดกระทรวง ว่าได้ใช้ดุลยพินิจโดยชอบ หรือโดยอคติ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และท้าทายธรรมาภิบาลของ สธ. เชื่อว่านายอนุทินจะลงมาตรวจสอบและแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเป็นหลังพิงที่แข็งแรงให้กับน้องๆ ที่ตั้งใจทำงานโดยสุจริตเพื่อประชาชนและประเทศชาติ
นอกจากนี้ พ.ญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ข้าราชการบำนาญ สธ.กล่าวว่า ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน เช่นเดียวกัน โดยขอให้ทำหน้าที่ดูแลความสงบสุขของบุคลากรโรงพยาบาลศูนย์ ขอนแก่น และทำให้เกิดความเป็นธรรมในการบริหารงานบุคคลของกระทรวง ช่วยให้เกิดขวัญกำลังใจแก่บุคลากรนับพันคน





