วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วัดผล 'เคอร์ฟิว' ต้านโควิด จับตา! ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วัดผล "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" หลังผ่านมาครึ่งทาง มาตรการที่ออกมาได้ผลมากน้อยแค่ไหน เดินมาถูกทางไหม เพราะที่เหลืออีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า จะถึงจุดชี้ชะตา จะต้องขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไปอีก หรือเพิ่มดีกรีให้เข้มกว่าเดิมหรือไม่ ต้องจับตา!

ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ สำหรับมาตรการเคอร์ฟิว (ห้ามออกนอกเคหสถาน) ในช่วงเวลา 22.00 - 04.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด - 19 (ศบค.) กางสถิติคนฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสถิติผู้ป่วยรายใหม่ ตัดสินใจไม่ขยายเวลาเคอร์ฟิวเพิ่ม

ทั้งนี้ พบว่า ยอดผู้ป่วยรายใหม่ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.2563 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 6 เม.ย. พบผู้ป่วยรายใหม่ 51 ราย วันที่ 7 เม.ย. พบผู้ป่วยรายใหม่ 38 ราย วันที่ 8 เม.ย. พบผู้ป่วยรายใหม่ 111 ราย แต่เป็นผู้ป่วย กลุ่มดาวะห์ ซึ่งเดินทางมาจากประเทศอินโดนีเซีย 42 ราย หากหักลบแล้ว จะมีผู้ป่วยรายใหม่เพียง 69 ราย อยู่ในเลขสองหลัก ตามเป้าที่ พล.อ.ประยุทธ์-หัวหน้าผู้รับผิดชอบ ตั้งเป้าเอาไว้

วันที่ 9 เม.ย. พบผู้ป่วยรายใหม่ 54 ราย วันที่ 10 เม.ย. พบผู้ป่วยรายใหม่ 50 ราย และวันที่ 11 เม.ย. พบผู้ป่วยรายใหม่ 45 ราย

เมื่อตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ลดลง พล.อ.ประยุทธ์ จึงคงมาตรการเดิมไว้ทั้งหมด เพราะหากเร่งใช้ “ยาแรง” จะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมากกว่านี้

สำหรับอัตราป่วยต่อประชากร 100,000 จำแนกตามจังหวัดที่รับรักษา จำนวน 2,518 คน 68 จังหวัด 10 อันดับของจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด ประกอบด้วย 1.ภูเก็ต 41.61, 2.กรุงเทพมหานคร 22.57, 3.ยะลา 14.41, 4.นนทบุรี 11.78, 5.ปัตตานี 10.26, 6.สมุทรปราการ 7.94, 7.สตูล 4.96, 8.ชลบุรี 4.85, 9.สงขลา 3.83, 10.กระบี่ 3.37

ขณะเดียวกันมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีรายงานการรับรักษาผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และอ่างทอง

อย่างไรก็ตาม ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มหลักที่มีแนวโน้มในการติดเชื้อโควิด-19 จากเดิมเป็นกลุ่ม กลุ่มสถานบันเทิง และสนามมวย ขณะนี้ไม่พบกลุ่มดังกล่าวแพร่เชื้อเพิ่มเติม ภายหลังใช้เวลาในการควบคุมเวลา 1 เดือนเต็ม

โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มติดเชื้อโควิด-19 หลังจากนี้มี 3 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยก่อนหน้า กลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และกลุ่มอาชีพเสี่ยง

ล่าสุด กลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ มักจะพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง จะมีปัญหาเกี่ยวกับการกักตัวเอง 14 รัฐบาลจึงเตรียมสถานที่กักตัวเอาไว้ให้ และประกาศปิดสนามบินสุวรรณ แต่ก็ยังมีเที่ยวบินของ กลุ่มดาวะห์ ที่ลงที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ซึ่งไม่มีคำสั่งปิดสนามบิน

158667581931

พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องออกคำสั่งให้ กองบัญชาการกองทัพไทย แต่งตั้งผู้บัญชาการเหตุการณ์ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง และแต่งตั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ณ ท่าอากาศยาน นานาชาติ และท่าอากาศยานในจังหวัดของตน เพื่อบังคับบัญชา และกำกับดูแลการปฏิบัติงานของ ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน

โดย พล.อ.ประยุทธ์-ศบค. ไม่อยากใช้มาตรการปิดประเทศ จึงต้องคุมเข้มไม่ให้ กลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เข้ามาแพร่เชื้อเพิ่มเติม จึงต้องออกคำสั่งเด็ดขาด หวังลดยอดผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวด้วย

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยก่อนหน้า และ กลุ่มอาชีพเสี่ยง ทางศบค.ประเมินว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แม้จะไม่มีการจัดงานรื่นเริง แต่ไม่อาจจะที่จะยับยั้งได้ทั้งหมด จึงให้อำนาจ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม คือออกมาตรการงดขายเหล้า เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

โดย ศบค.กระทรวงมหาดไทย ได้รับรายงานการพิจารณาออกคำสั่งปิดร้านค้า และสถานประกอบการจำหน่ายสุราเป็นการชั่วคราวรวม 47 จังหวัด เพื่อลดความเสี่ยงของประชาชนในการสัมผัสเชื้อโรคในช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งมีรายละเอียดวันและจังหวัด ดังนี้

1.ปิดจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี และพิษณุโลก

2.ปิดถึงวันที่ 15 เม.ย. จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ ระยอง และระนอง

3.ปิดถึงวันที่ 16 เม.ย. จำนวน 5 จังหวัดได้แก่ สกลนคร ยะลา พิจิตร ลพบุรี และเชียงราย

4.ปิดถึงวันที่ 17 เม.ย. จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ กาฬสินธุ์ ยโสธร และสุราษฎร์ธานี

5.ปิดถึงวันที่ 18 เม.ย. จำนวน 2 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา และเพชรบูรณ์

6.ปิดถึงวันที่ 19 เม.ย.  จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปทุมธานี ตราด และราชบุรี

7.ปิดถึงวันที่ 20 เม.ย. จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ สมุทรสาคร กำแพงเพชร แพร่ ชัยภูมิ สมุทรปราการ อ่างทอง ลำปาง สุโขทัย อุทัยธานี นราธิวาส หนองคาย และนนทบุรี

8.ปิดถึงวันที่ 30 เม.ย. จำนวน 14 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครปฐม สมุทรสงคราม ร้อยเอ็ด ชัยนาท สุพรรณบุรี มุกดาหาร ประจวบคีรีขันธ์ อุบลราชธานี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี และเพชรบุรี

ทั้งนี้ ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินมาตรการเพื่อสกัด และลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างการรับรู้กับประชาชนในพื้นที่ในการปฏิบัติตามคำแนะนำของ ศบค. อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนทุกคน

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้ออกคำสั่งระงับการเดินรถโดยสารสาธารณะเป็นการชั่วคราว รวม 15 จังหวัด ได้แก่ พังงา 6 เส้นทาง, ภูเก็ต 29 เส้นทาง, กระบี่ 13 เส้นทาง, สตูล 3 เส้นทาง, ตรัง 7 เส้นทาง, ยะลา 14 เส้นทาง, พัทลุง 5 เส้นทาง, สงขลา 31 เส้นทาง, นราธิวาส 4 เส้นทาง, ปัตตานี 7 เส้นทาง, บึงกาฬ 12 เส้นทาง, นครราชสีมา 33 เส้นทาง, นครพนม 26 เส้นทาง, ร้อยเอ็ด 21 เส้นทาง และตราด 9 เส้นทาง

มาตรการที่ พล.อ.ประยุทธ์-ศบค. ออกมาบังคับใช้กับประชาชน จะถูกประเมินอย่างเข้มข้นอีกในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องนำตัวเลขผู้ป่วย-ตัวเลขผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แจ้งต่อที่ประชุมครม.ให้รับทราบ

โดยมีแนวโน้มสูงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องขอความเห็นชอบจาก ครม. ให้ต่ออายุการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน เนื่องจากการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในครั้งนี้ครม.อนุมัติให้ดำเนินการได้เพียง 1 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-วันที่ 26 เม.ย.นี้

ทั้งนี้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลสามารถขออนุมัติประกาศใช้ได้ไม่เกิน 3 เดือน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับไฟเขียวจาก พรรคร่วมรัฐบาล ให้บังคับใช้เพียง 1 เดือน แล้วมาประเมินสถานการณ์ ก่อนจะตัดสินใจว่าควรอนุมัติให้บังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพิ่มเติมหรือไม่

ซึ่งก่อนวันที่ 26 เม.ย. คาดว่าครม.จะอนุมัติให้ขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน เพราะหากขยายเวลาให้มากกว่า 1 เดือน “พรรคร่วมรัฐบาล” ไม่ไว้ใจ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างแน่นอน เพราะมีกระแส “รมต.พรรคร่วม” ถูกยึดอำนาจการบริหารงาน เขย่าให้ขัดแย้งกันตลอดเวลา