วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้นำยามวิกฤติ ในสงครามโรค

เหตุการณ์วิกฤติโควิด-19 วันนี้ ก็เช่นเดียวกัน สังคมต้องการผู้นำในยามวิกฤติ และทุกอย่างที่ผู้นำส่งสารออกมานั้น น่าเชื่อถือและประชาชนมั่นใจได้ เพราะนี่คือวิกฤติที่อาจจะรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ของประเทศไทย เพราะกระทบทั้งสังคม เศรษฐกิจ และชีวิตของประชาชน

ในสถานการณ์วิกฤติ ผู้นำย่อมสำคัญยิ่ง เพราะสังคมจะเต็มไปด้วยโกลาหล ข่าวสารข้อมูลหลากหลาย และหลายข้อมูลไม่จริง เป็นสงครามข่าวสารที่แต่ละฝ่ายงัดมาใช้เป็นอาวุธเพื่อเอาชนะ ที่หลายครั้งในประวัติศาสตร์ ก็เป็นเฉกเช่นวันนี้ หัวใจของผู้ชนะอยู่ที่ใคร ฝ่ายไหนจะสามารถกุมพื้นที่สื่อ เข้าถึงจิตใจประชาชนได้มากกว่ากัน การกุมจิตใจ หลายๆ ครั้งประชาชนรับข้อมูลที่บิดเบือน แต่คิดว่าจริง และตรงกันข้ามข้อเท็จจริง คิดว่าหลอกลวง ทุกอย่างมันคือ “ความเชื่อ” ที่จะตัดสินว่าชัยชนะจะยืนอยู่ฝ่ายไหน ในเหตุการณ์วิกฤติโควิด-19 วันนี้ ก็เช่นเดียวกัน สังคมต้องการผู้นำในยามวิกฤติ และทุกอย่างที่ผู้นำส่งสารออกมานั้น น่าเชื่อถือและประชาชนมั่นใจได้ เพราะนี่คือวิกฤติที่อาจจะรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ของประเทศไทย เพราะกระทบทั้งสังคม เศรษฐกิจ และชีวิตของประชาชน เป็นเดิมพัน

วิกฤติวันนี้ คือสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงยกระดับโลกคนล้มตายจำนวนมาก สำหรับประเทศไทย แม้ดูจะไม่หนักหนาเมื่อเทียบหลายประเทศ แต่ก็มิอาจวางใจ เพราะล่าสุดอัตราติดโรคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดพบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 30 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 177 ราย

ทั้งนี้ รายใหม่ 30 รายนั้น แบ่งที่มาเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 14 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 11 ราย, กลุ่มสถานบันเทิง 1 รายและกลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 2 รายกลุ่ม 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 16 ราย ได้แก่ กลุ่มผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศ 9 ราย, กลุ่มทำงานใกล้ชิดสัมผัสต่างชาติ 1 ราย และรอผลสอบสวนโรคเพิ่มเติม 6 รายทั้งนี้ ยังมีรอยืนยันผลทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 22 ราย สรุปมีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านแล้ว 41 ราย อยู่ในโรงพยาบาล 135 ราย เสียชีวิต 1 ราย 

สถานการณ์วันนี้คือ “สงครามโรค” ในประวัติศาสตร์สงครามเหล่านี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ผิดจากสงครามโลก ที่เกิดขึ้นมาเพียง 2 ครั้งเท่านั้น สงครามโรค ที่เราพูดถึงคือปรากฏการณ์ที่มนุษย์ต่อสู้กับเชื้อโรค หลายๆครั้งเราต้องสูญเสียมหาศาล กว่าจะคิดค้นอาวุธได้สำเร็จหยุดยั้งสงครามโรคได้ และสิ่งเหล่านี้ ก็เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

ประเทศไหนจะสูญเสียมากน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับแนวทางรับมือ เยียวยาได้ดีแค่ไหน เพราะโรคอุบัติใหม่ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เราไม่อาจทราบได้ล่วงหน้า แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว คนในชาติ ต้องพร้อมใจกันดำเนินชีวิต ปฏิบัติ เชื่อตามที่ “ผู้นำ”บัญชาการยามวิกฤติ เพราะหลากไม่เชื่อถือ ต่างคนต่างปฏิบัติแล้วก็ยากที่จะชนะในสงครามครั้งสำคัญนี้ ถามว่ารัฐบาลปัจจุบัน สามารถสร้างความมั่นใจ น่าเชื่อถือในการจัดการวิกฤติ ได้แล้วหรือยัง ก็ต้องบอกว่า “ยัง” ซึ่งมาจากหลายเหตุผล การทำงานที่ยังไม่เป็นทีม ความสามารถของบุคลากรในการประเมินสถานการณ์ จังหวะการตัดสิน เป็นต้น ซึ่งสุดท้ายแล้วย่อมสะท้อนผ่านมาถึงผู้นำ ที่ต้องจัดการ และหาคำตอบสิ่งเหล่านี้ เรายังพอมีเวลาที่จะปรับปรุง จัดทัพเพื่อสู้กับสงครามโรคครั้งนี้ หากนายกรัฐมนตรี “กล้า” ที่จะตัดสินใจ