วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘จุรินทร์’ ลั่นใครเอี่ยวกักตุนหน้ากากไม่ไว้หน้าแน่

"จุรินทร์" ถกผู้ประกอบการกันสินค้าขาดแคลน ลั่นใครเอี่ยวตุนหน้ากากอนามัยไม่ไว้หน้าแน่ เผย 11 โรงงาน เพิ่มกำลังผลิตเป็น 1.76 ล้านชิ้นต่อวัน

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.63 เวลา 11.55 น. วันที่ 15 มีนาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กรณีประชาชนมีความกังวลการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนตื่นตระหนก และกักตุนสินค้า ว่า กระทรวงได้เชิญผู้ประกอบการ และสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าอุปโภคและบริโภค มาหารือเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าเป็นอย่างไร และสั่งการปลัดกระทรวงพาณิชย์ประสานข้อมูลกับผู้ผลิต รวมถึงต้องประสานความร่วมมือทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพาณิชย์ ตลอดจนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

โดยปัจจุบันยังไม่มีการจำกัดการซื้อสินค้าจำเป็นบางชนิด เช่น กระดาษทิชชู่ แต่ขอให้ภาคเอกชนรายงานข้อมูลให้ปลัดกระทรวงเพื่อประกอบการตัดสินใจพิจารณาในบางช่วงต่อไป เมื่อถามว่า ขณะนี้ถึงเวลาที่ประชาชนต้องกักตุนสินค้า นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่อยากเห็นสิ่งดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะจะทำให้สินค้าขาดตลาดในเวลาที่ไม่สมควร เราอยากเห็นการจับจ่ายใช้สอยในภาวะปกติ เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าได้อย่างเพียงพอ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ปรึกษาหญิงของรัฐมนตรีบางคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย นายจุรินทร์ กล่าวว่า ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏว่าใครเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง การกระทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย รัฐบาลมีความชัดเจนว่าใครกระทำผิดจะต้องดำเนินการ หากเรื่องไปถึงใคร พนักงานสอบสวนมีหน้าที่ติดตามดำเนินการ โดยไม่เลือกหน้า สำหรับกาผลิตหน้ากากอนามัยในปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานผู้ผลิตทั้ง 11 โรงงานในการปรับเปลี่ยนการผลิตจากการผลิตสินค้าอย่างอื่นให้มาเพิ่มการผลิตหน้ากากอนามัยมากขึ้น

ตอนนี้ดำเนินการได้แล้วบางส่วน โดยเพิ่มจากผลิตวันละ 1.2 ล้านชิ้น เป็น 1.76 ล้านชิ้น ทำให้การกระจายหน้ากากคล่องตัวขึ้น สามารถจัดให้กระทรวงสาธารณสุข นำไปกระจายบุคลากรทางการแพทย์ สถานพยาบาลต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ได้เพิ่มขึ้น จากวันละ 7 แสนชิ้นเป็นวันละ 1 ล้านชิ้น ขณะที่ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ก็สามารถกระจายไปยังร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อและร้านค้าปลีกต่างๆ ได้มากขึ้น จากวันละ 5 แสนชิ้นเป็น 7.6 แสนชิ้น หลังจากนี้จะมีช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น ร้านกาแฟอเมซอน ปั๊มน้ำมันบางจาก และกำลังประสานไปรษณีย์ไทยให้จัดจำหน่ายผ่านทางไทยแลนด์โพสต์มาร์ท ในการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ แต่ขอเรียนว่าถึงอย่างไรก็ไม่พอ ถ้าประชาชนจะใช้พร้อมกันทั้งประเทศ แต่จะกระจายให้ดีที่สุดและส่งเสริมให้ประชาชนใช้หน้ากากผ้า และเรากำลังเร่งประสานประเทศต่างๆ ในการนำเข้าวัสดุดิบ เพื่อไม่ให้มีปัญหาด้วย

เมื่อถามว่า หน้ากากอนามัยที่ใช้ในประเทศยังไม่เพียงพอ เหตุใดยังมีการอนุญาตให้ส่งออก นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรามีคำสั่งห้ามส่งออก ยกเว้นได้รับอนุญาต พูดกันชัดเจนแล้วในทางนโยบายว่า ถ้าเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องใช้จะไม่อนุญาตให้ส่งออกโดยเด็ดขาดถ้าประชาชนยังไม่มีใช้ ถ้าอนุญาตให้ส่งออกแล้วจะตอบคำถามประชาชนอย่างไร มันมีข้อยกเว้น ถ้าเป็นหน้ากากอนามัยที่ประเทศไทยไม่ใช้ เช่น หน้ากากอนามัยที่มีแผ่นหน้ากากใสป้องกันตาและสายคล้องหูแบบเชือกที่หมอไทยไม่ใช้ หน้ากากอนามัยที่ผลิตขึ้นภายใต้ลิขสิทธิ์ของต่างประเทศที่ไม่สามารถขายในประเทศไทย และหน้ากากอนามัยที่ผลิตภายใต้เงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนที่มีเงื่อนไขผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้นก็ต้องอนุญาตให้ส่งออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นนายจุรินทร์ ได้เชิญนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงประเด็นหน้ากากอนามัยที่ทางการแพทย์ไทยไม่ใช้ โดยนายวิชัย ได้นำตัวอย่างมาแสดงต่อสื่อมวลชน เมื่อสื่อมวลชนถามว่าถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทำให้เสียกำลังใจในการทำงานหรือไม่ นายวิชัย กล่าวว่า “มีบ้าง แต่เพื่อพี่น้องชาวไทย ทุกคนมีความตั้งใจและมุ่งมั่นตลอด ไม่ว่าใครจะมีข้อสังสัย หรือคำถามเรามีหน้าที่ชี้แจง และทำให้เห็นความมุ่งมั่นในการทำงานจะค่อยๆ คลี่คลายปัญหาไปได้ เขามีสิทธิ์ตั้งคำถาม เราก็มีสิทธิ์อธิบาย และขอให้ฟังเหตุและผลเชื่อว่าทุกอย่างจะไปได้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการให้สัมภาษณ์นายวิชัย เสร็จสิ้นจากนั้น เวลา 12.48 น. ซึ่งมีการเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 80/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีสาระสำคัญ นายวิชัย โภชนกิจ ตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ มาปฏิบัติราชการสำนักนายกฯ โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม จนกว่าจะมีการตรวจสอบแล้วหรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หลังมีประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับการกักตุนหน้ากากอนามัย ซึ่งสมควรมีการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน