ครม.ไฟเขียวตั้ง ครม.เศรษฐกิจพร้อมฟื้นพีเอ็มดียู วางรองนายกฯ พร้อม 11 กระทรวงเศรษฐกิจขับเคลื่อนนโยบาย ดึง “กอบศักดิ์”เป็นเลขานุการ “สนธิรัตน์” คาดเริ่มประชุมสัปดาห์หน้าทันที
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 ก.ค.มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี พ.ศ. .... หรือ “ Prime Minister Delivery Unit: PMDU” และการแต่งตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2562 เป็นต้นไปเพื่อเป็นกลไกในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลให้ได้ตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ สำนักเลขานายกรัฐมนตรีรายงานว่าตามที่การพัฒนาเศรษฐกิจ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของภาคส่วนต่าง ๆ เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลตามที่แถลงต่อรัฐสภา ซึ่งการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวควรได้รับการพิจารณากลั่นกรองโดยละเอียดรอบคอบในทุกมิติจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในรูปแบบของคณะกรรมการ อีกทั้งในการดำเนินการตามโครงการพัฒนาอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนก็ควรได้รับการพิจารณากลั่นกรองในลักษณะเดียวกัน
นายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ โดยมีองค์ประกอบได้แก่ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ,นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รองประธานกรรมการคนที่ 1,นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รองนายกรัฐมนตรี รองประธานกรรมการคนที่ 2 ,นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รองประธานกรรมการคนที่ 3
กรรมการโดยตำแหน่งประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และมีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) เป็นกรรมการและเลขานุการ และมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ทั้งนี้ ครม.เศรษฐกิจได้แก่ 1.มีอำนาจและหน้าที่พิจารณากลั่นกรองเรื่องสำคัญในปัญหาที่เกี่ยวพันหรือมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจนภาพรวม รวมทั้งประเด็นด้านการเงิน การคลัง การภาษีอากร การค้าการลงทุน เกษตรกรรม การคมนาคมและโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การพลังงาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย นวัตกรรมและดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม ตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมายก่อนที่จะนำเสนอ ครม.พิจารณา
2.ประเมิน วิเคราะห์ และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางตัดสินใจเชิงรุกในประเด็นหรือนโยบายตามข้อ 1 เพื่อเสนอ ครม.พิจารณา 3.พิจารณาเรื่องอื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย 4.เชิญรัฐมนตรี หน่วยงาน เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการอื่นมาชี้แจง ให้ข้อมูล และแสดงความคิดเห็นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการเห็นสมควร
ด้าน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าการแต่งตั้ง ครม.เศรษฐกิจเป็นกลไกสำคัญในการบริหารงานเศรษฐกิจในช่วงที่พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค ซึ่งองค์ประกอบของ ครม.เศรษฐกิจมีอยู่ 11 กระทรวงเศรษฐกิจสามารถปรึกษาหารือและขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันได้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะประชุมในวันจันทร์หน้าทันทีก่อนประชุม ครม.ในสัปดาห์ต่อไป





