พปชร. ยืนยันเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลหลัง กกต. ประกาศผลไม่เป็นทางการ
ที่พรรคพลังประชารัฐ ภายหลังจากที่ทาง กกต. ได้ประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตอย่างไม่เป็นทางการ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้ทราบแล้วว่าได้คะแนนแบบแบ่งเขตเท่าใด แต่ความชัดเจนในเรื่องของปาร์ตี้ลิสต์นั้น ยังไม่ได้มีการสรุปออกมา หากไปดูจำนวนของปาร์ตี้ลิสต์จากตามหน้าหนังสือพิมพ์ ที่แต่ละสื่อเอาไปคำนวนกันเอง จะทราบถึงจำนวนปาร์ตี้ลิสต์โดยการประมาณการจากสื่อ ซึ่งเมื่อ กกต. ได้แถลงออกมาชัดเจนในเรื่องของเขตแล้ว ตนก็คิดว่าจะสามารถคำนวนในเรื่องจำนวนของปาร์ตี้ลิสต์ได้ เพราะเห็นตัวเลขที่สามารถประเมินได้แล้วในลำดับที่ 1 ว่าได้ประมาณเท่านี้ ซึ่งพรรคก็กำลังดำเนินการหลังจากที่ทราบผลจากทางกกต.อย่างเป็นทางการอยู่
"เรื่องของตัวเลข เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ อย่างที่ตนได้เคยเรียนให้ทราบไปแล้วว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ตัวเลขไม่นิ่ง เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงตัวเลขของเขตต่างๆนั้น มีผลกระทบต่อปาร์ตี้ลิสต์ ปาร์ตี้ลิสต์จึงต้องคำนวนหลังจากที่เขตมีความนิ่งแล้ว แต่ว่าการประมาณการนั้นยังพอทำได้ ดังนั้นตัวเลขจึงเป็นตัวที่มีความสำคัญ เพราะตัวเลขครั้งนี้มันก้ำกึ่งกันมาก ในการรวบรวมเสียงข้างมาก ที่ถือว่ามีความก้ำกึ่งไกล้เคียงกันในการรวบรวมเสียง ดังนั้นทุกอย่างคงต้องใช้เวลาในการรวบรวมกัน ตอนนี้ก็มีความชัดเจนในระดับหนึ่ง ก็สามารถคำนวนตัวเลขได้ในระดับหนึ่งแล้ว"
นายสนธิรัตน์ ระบุว่า ยังมีความมั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้คิดว่าจะเป็นการแข่งขันจัดตั้งแต่อย่างใด แต่คิดว่าจากการประเมินตัวเลขที่เห็นอยู่ และตัวเลขที่ออกมาชัดเจนในวันนี้แล้ว ก็ยังมีความมั่นใจอยู่ว่าเราจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป พรรคพลังประชารัฐนั้นได้ดำเนินการตามขั้นตอน ไม่ได้เร่งรีบ เพราะว่ายังมีเวลาในการดำเนินการ โดยเราจะนำเอาตัวเลขทั้งหมดมาประเมิน เราให้ความเชื่อมั่นว่าพรรคพลังประชารัฐนั้นยังอยู่ในกระบวนการ และให้ความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรวบรวมเสียงจนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้
เมื่อถามถึงการประเมินจำนวนที่นั่ง ส.ส. ของพรรคในเบื้องต้น นายสนธิรัตน์ ตอบว่า ได้มีการประเมินกันภายในแล้ว เรามีทีมในการประเมิน ต้องเรียนว่าภายในพอจะประเมินได้หมดแล้ว แต่ก็ขอให้เป็นการประเมินของภายใน อย่างที่ตนเรียนไปว่าตัวเลขนั้นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่ตลอดเวลา แต่อย่างน้อยวันนี้ก็เป็นจุดเริ่มที่หนึ่ง ที่ทำให้สามารถประเมินได้ชัดเจนขึ้น
"ขณะนี้ทีมงานของพรรค ก็สามารถจะดูได้แล้วว่า คร่าวๆเบื้องต้น มีพรรคไหนได้คะแนนเสียงเท่าไหร่บ้าง มีพรรคเล็กๆกี่พรรค ที่ได้คะแนนเสียงเท่าไหร่บ้าง ทางพรรคก็ได้มีการเริ่มดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว เราก็พอมีตัวเลขอยู่ในมือพอสมควร"
ทั้งระบุว่า เวลานี้ทุกคะแนนมีความหมาย และในสถานการณ์ที่มีความใกล้เคียงกันมากๆ ทุกคะแนนย่อมมีความหมาย
ส่วนการแถลงตัวเลขของ กกต.อาจส่งผลกระทบให้พรรคเพื่อไทยมีตัวเลขลดลงประมาณ 10 ที่นั่ง นายสนธิรัตน์ บอกว่า เราเห็นแล้วว่าแต่ละกลุ่ม แต่ละพวกได้คะแนนเป็นเท่าไร รวมถึงคะแนนที่มีการประกาศเมื่อวานนี้ก็พบว่ามีไม่ถึง 250 ที่นั่ง ซึ่งเรามีหน้าที่ในการรวบรวมและประเมินสถานการณ์ต่อไป
เมื่อถามว่าตัวเลข ส.ส.ของพรรคที่จับมือร่วมกับพรรคการเมืองอื่น เกิน 250 ที่นั่งหรือไม่ นายสนธิรัตน์ ยิ้มก่อนตอบว่า ยังไม่ขอตอบ ยังไม่ถึงเวลา และตอนนี้ก็ยังมีความก้ำกึ่งกันทั้งสองฝ่าย ส่วนของพรรคนิ่งแล้วจะบอก ถือว่ายังไม่หมดเวลา และถ้าถึงเวลาแล้วจะเรียนให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง เพราะยังมีเรื่องของการประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการของ กกต.ได้ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม เมื่อไรก็ตามที่ กกต.ประกาศแล้วก็จะถือว่านิ่ง และเราจะเห็นตัวเลขบัญชีรายชื่อที่แท้จริง นั่นคือความหมายที่บอกว่าตัวเลขยังไม่นิ่ง
เมื่อถามถึงกรณีของคะแนนที่เปลี่ยนแปลงไปว่าจะทำให้ 6 พรรคการเมืองที่จับมือกับพรรคเพื่อไทย เปลี่ยนใจหรือไม่ นายสนธิรัตน์ ตอบว่า ไม่ทราบ ซึ่งในวันพรุ่งนี้พรรคจะมีการประชุมเรื่องยุทธศาสตร์พรรค และในวันจันทร์ก็จะประชุมในส่วนของนโยบายเร่งด่วน และงบประมาณที่ต้องดำเนินการว่าต้องทำอะไรบ้าง หากเราได้เป็นรัฐบาล
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย ต่อรองขอเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ นายสนธิรัตน์ ระบุว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล เคยระบุว่าให้คุยกันหลังจากงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เมื่อถามว่า ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ค่อยสบายต้องให้น้ำเกลือ ได้ให้กำลังใจบ้างหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ได้ให้กำลังใจกันตลอดเวลาอยู่แล้ว ท่านคงไม่เป็นอะไรมาก
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีมีความกังวลเรื่องผลการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ไม่น่าจะใช่ ท่านน่าจะอ่อนเพลีย





