"องอาจ-นิกร" ชี้ก.ม.ให้ทุกพรรคส่งข้อมูลการระดมทุน-เงินบริจาคเกิน 1 แสน รอกกต.เช็คบิล หากผู้สนับสนุนขาดคุณสมบัติต้องคืนเงิน ปชป.ระบุพรรคเคยจัดระดมทุนแค่พรรคการเมือง-สมาชิกพรรคสปอนเซอร์ ไม่เชิญราชการก.ม.ห้าม
ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เดินทางมาร่วมเสวนา กิจกรรมราชดำเนินเสวนา หัวข้อ ปลดล็อกสื่อมวลชน คืนเสรีภาพประชาชน ที่จัดขึ้นโดยสมาคมนักข่าวฯ ที่ได้เชิญตัวแทนพรรคต่างๆ เข้าร่วมเสวนาแสดงความคิดเห็น
โดยก่อนร่วมวงเสนา นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ปชป. ให้สัมภาษณ์ประเด็นการจัดงานเลี้ยงระดมทุนของพรรคการเมือง ที่ล่าสุดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนระดมเงินกว่า 600 ล้านบาทว่า การจัดระดมทุนพรรคก็ต้องดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย คือไม่รับการซื้อโต๊ะจากหน่วยงานราชการ และตรวจสอบคุณสมบัติบุคคล หน่วยงานที่มาชื้อโต๊ะว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ เช่น เป็นชาวต่างชาติหรือไม่ โดยพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยจัดมาเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามกฎหมายตามปกติ ก็มีผู้สนับสนุนพรรค สมาชิกพรรคที่มีฐานะพอที่จะให้การสนับสนุนพรรคได้ ก็จะมาร่วมกันสนับสนุนพรรคเมื่อมีการระดมทุน หรือสมาชิกที่มีฐานะก็ร่วมบริจาคสนับสนุนพรรคเกือบทุกๆ เดือนหรือในวาระโอกาส และยังกรณีที่ผู้เสียภาษีใช้สิทธิ์ให้เงินบริจาคพรรคเวลาที่ยื่นแบบแสดงการเสียภาษีประจำปี อย่างไรก็ดีในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เองก็มีทั้งการรับบริจาคที่มาจากการจัดงานระดมทุน , การบริจาคทั่วไป หรือจากการหักภาษีก็เป็นการดำเนินการตามกฎหมายและเป็นไปด้วยความสมัครใจ
เมื่อถามว่า การจัดงานระดมทุนพรรคสามารถที่จะตรวจสอบลักษณะเจาะเป็นรายเก้าอี้ได้เลยหรือไม่ว่าใครเป็นผู้ซื้อบ้าง นายองอาจ กล่าวว่า ทางปฏิบัติก็คงไม่ได้เจาะไปถึง เพราะซื้อกันเป็นโต๊ะ ต้องไปดูผู้จัดว่าจัดอย่างไรเพราะเวลาที่คนมานั่งรับประทานอาหารเราก็ได้เช็คถึงขนาดนั้น
เมื่อถามต่อว่า การตรวจสอบควรเกิดขึ้นก่อน หรือหลังการจัดงานว่าใครมาร่วมงานบ้าง นายองอาจ กล่าวว่า ในทางปฏิบัติอันไหนตรวจก่อนได้ เราก็ตรวจ ความจริงบางทีบางคนมาสนับสนุนพรรคใกล้เวลาจัดงานก็มี สมมติว่าเราจะจัดงานวันนี้แล้วเขามาร่วมสนับสนุนเมื่อวันก่อนก็คงตรวจไม่ทัน
เมื่อถามว่า สามารถจะคืนเงินระดมทุนกรณีคนที่ขาดคุณสมบัติได้หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า แน่นอนว่าหากเขาขาดคุณสมบัติก็ต้องคืน
เมื่อถามว่า การระดมทุนนอกจากมีผู้ซื้อบัตรแล้ว มีการเชิญพรรคการเมืองด้วย แล้วมีกรณีเชิญส่วนราชการร่วมด้วยได้หรือไม่ นายองอาจ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่มีเพราะว่ากฎหมายห้ามไม่ให้ข้าราชการมาซื้อบัตร มาสนับสนุนพรรคการเมือง และเราก็คงไม่เชิญเพราะเป็นเรื่องการขายบัตรขายโต๊ะเพื่อระดมทุนส่วนมากเราจะเชิญพรรคการเมืองเป็นหลักที่จะมาเป็นแขกผู้มีเกียรติ ส่วนราชการเราไม่เคยเชิญมาเป็นแขกผู้มีเกียรติ
เมื่อถามว่า ส่วนของการระดมทุน พปชร.ที่ผ่านมา มีเอกสารออกมาเหมือนจะมีชื่อส่วนราชการ พรรคประชาธิปัตย์มีข้อสังเกตเรื่องนี้ อย่างไร นายองอาจ ตอบว่า เราก็คิดว่าควรจะต้องเปิดเผยกันว่าจะมีส่วนราชการเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นว่าหน่วยราชการออกมาปฏิเสธ และพรรคพลังประชารัฐก็ออกมาปฏิเสธเช่นกัน ดังนั้นตอนนี้ก็ต้องอยู่ที่ กกต. แล้วในการไต่สวนตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งก็มีเวลาที่จะส่งข้อมูลรายชื่อผู้สนับสนุนให้ กกต. ทราบภายใน 30 วันโดยต้องเป็นเรื่องที่เปิดเผยอยู่แล้ว ทุกพรรคก็ต้องทำเช่นนี้และไม่ใช่เพียงการระดมทุน แต่รวมถึงเงินบริจาคพรรคที่จำนวนเกิน 100,000 บาทด้วย
เมื่อถามว่า ถ้ากรณีขาดคุณสมบัติแล้วคืนเงิน เช่นนี้ถือว่าความผิดนั้นสำเร็จแล้วหรือไม่ นายองอาจ กล่าวเพียงว่า ต้องไปดูกฎหมาย แต่การคืนเงินอย่างน้อยก็เป็นการแสดงต่อสาธารณะให้เห็น ขณะที่ กกต. ก็ให้เวลา 30 วัน ในการยื่นข้อมูล ก็ถือว่ามีเวลาตรวจสอบ
ด้าน นายนิกร จำนง ผอ.พรรค ชทพ. กล่าวถึงการระดมทุนพรรคการเมืองเช่นเดียวกันว่า ตามกฎหมายพรรคการเมือง เมื่อพรรคมีการจัดระดมทุนแล้ว กฎหมายกำหนดให้พรรคการเมืองทำรายงานแจ้งต่อ กกต.ภายใน 30 วัน และการชี้แจงต้องระบุอย่างละเอียดแบบรายบุคคลด้วย ซึ่งมีความแตกต่างจากกฎหมายเดิม อย่างไรก็ตามส่วนตัวคิดว่าแต่ละพรรคคงมีขั้นตอนในการตรวจสอบ ส่วนระยะเวลาในการตรวจสอบคงใช้ระยะเวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ก็เห็นชัดเจน





