วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้ 'กกต.' สอบพรรคฯระดมทุน ชี้ขรก.ร่วมงานส่อผิด ซัดกลุ่มทุนต่างตอบแทน

"ศรีสุวรรณ" ร้องกกต.ตรวจสอบ 2 พรรคการเมือง ขายโต๊ะจีนระดมทุน จี้สอบรายชื่อผู้บริจาค-ผู้ร่วมงาน หากพบขรก.ร่วมงานส่อผิดกม. พร้อมตั้งคำถามนักธุรกิจ-กลุ่มทุนร่วมซื้อโต๊ะ เข้าข่ายครอบงำ-ต่างตอบแทนหรือไม่

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) -21 ธ.ค.61 เวลา 10.45 น. นายศรีสุวรรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทะกษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงกกต.ขอให้ตรวจสอบพรรคการเมืองจัดระดมทุนโดยการจัดเลี้ยงโต๊ะจีน และมีการขายโต๊ะมูลค่า 1-3 ล้านบาท โฆษณาหาเสียงด้วยการจัดมหรสพรื่นเริง และมีข้าราชการพนักงานของรัฐวิสาหกิจเข้ามาร่วมงาน และจ่ายเงินซื้อโต๊ะจีนหรือไม่ โดยมีนายสมกียรติ คงดี ผู้อำนวยการสำนักกิจการกกต. เป็นผู้รับหนังสือ

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ในขณะนี้มีการจัดระดมทุนของพรรคการเมืองอย่างน้อย 2 พรรค ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีข้าราชการนักการเมืองเข้าไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก จนมองว่าเป็นพฤติการณ์ย้อนแย้งกับกฎหมายที่กำหนดให้พรรคการเมืองมีทุนประเดิมไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท และให้ผู้ร่วมจัดตั้งและสมาชิกจ่ายเงินค่าบำรุงพรรค การระดมทุนผ่านการขายโต๊ะจีน ได้เงินกว่าหลายร้อยล้านบาท เป็นประเด็นที่น่าสงสัยว่าข้าราชการนำเงินที่ไหนมาซื้อโต๊ะ ในส่วนของบริษัทเอกชนที่เข้ามาซื้อโต๊ะก็น่าสงสัยว่าเป็นพฤติการณ์ต่างตอบแทนหรือไม่ จึงขอให้กกต.ตรวจสอบรายชื่อผู้บริจาครวมถึงผู้เข้าไปร่วมงานให้ชัดเจน อย่าให้กรณีดังกล่าวหายไปกับสายลม

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ในการจัดเลี้ยงยังมีการนำศิลปิน นักร้องมานำแสดง ซึ่งเข้าข่ายการจัดมหรสพรื่นเริง และชี้นำหรือไม่ อยู่ในอำนาจหน้าที่ที่กกต.จะต้องเป็นผู้ตรวจสอบ เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ให้ดำเนินการต่อไป โดยพฤติการณ์ต่างๆอาจเข้าข่ายความผิดหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการครองงำพรรคการเมืองโดยกลุ่มทุนนักธุรกิจ และหากมีข้าราชการ และหน่วยงานของรัฐ เข้าไปซื้อโต๊ะจริงจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งกำหนดให้ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง และยังผิดต่อระเบียบสำนักคณะรัฐมนตรีว่าด้วยมารยาทของข้าราชการพลเรือน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบัตรเข้างานเองก็ต้องตรวจถูกสอบว่านำเงินที่ไหนมาซื้อบัตรที่นั่งละ 300,000 บาท หรือหากอ้างว่ามีผู้อื่นซื้อบัตรให้ ก็จะมีความผิดฐานรับเงินเกิน 3,000 บาท