วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หลานทักษิณ แนะกกต. เชิญต่างชาติ ร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้ง

"หลานทักษิณ" แนะ กกต. เชิญต่างชาติ ร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้ง หวั่น ไม่ได้รับการยอมรับ ชี้ คสช.ควรงดใช้ ม.44

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 61 น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.62 จะเป็นการเลือกตั้งที่ถูกประชาคมโลกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะมีหลายปัจจัยที่ยังเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยในเรื่องความความยุติธรรมและโปร่งใส เนื่องจาก คสช. ยังมีอำนาจตามมาตรา 44 เป็นเครื่องมือ ที่สามารถแทรกแซงองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆได้ และเป็นรัฐบาลที่ถืออำนาจเต็ม ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ ยังคงสามารถเดินหน้านโยบายที่มีผลผูกพันทางงบประมาณ ทำให้ถูกมองว่ารัฐบาลกำลังใช้ภาษีประชาชนเพื่อผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันทางการเมือง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นไปได้ยากที่จะเดินหน้าด้วยความบริสุทธิ์ เสรี และเป็นธรรม ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือการสร้างบรรยากาศที่ดีก่อนเลือกตั้งด้วยการงดใช้อำนาจ มาตรา 44 แทรกแซงองค์กรอิสระหรือลิดรอนสิทธิประชาชน

ขณะเดียวกัน กกต. ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง ที่จะต้องทำให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด ก็ควรเร่งพิจารณาเชิญนานาชาติ ให้เข้าร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้ง เพื่อแสดงความเป็นอิสระโปร่งใส เพราะการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรมและน่าเชื่อถือนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในสายตานานาชาติที่จะมองกลับมายังประเทศไทยของเรา การที่ผู้มีอำนาจอ้างว่า ในประเทศเจริญแล้วอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ก็ไม่มีต่างประเทศเข้ามาเกาะติดเรื่องบ้านเมืองเขานั้น ควรเข้าใจในบริบทของสถานการณ์การเมืองของประเทศที่เจริญแล้วเหล่านั้นด้วยว่า แตกต่างกับเราในขณะนี้อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งภายใต้อำนาจรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

น.ส.ชยิกา กล่าวว่า ภาคประชาชนและนานาประเทศทั่วโลกต่างจับตามองการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ด้วยความกังวลว่าจะเป็นไปอย่างโปร่งใสหรือไม่ รวมถึงตั้งคำถามว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร สังเกตได้จากรายงานข่าวที่คณะทูตได้สอบถามกับประธาน กกต. ถึงบัตรเลือกตั้ง การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี 3 รายชื่อ และการโหวตนายกรัฐมนตรีที่ต้องได้คะแนน 376 เสียง แสดงให้เห็นว่า ต่างชาติมีความเข้าใจสถานการณ์การเมืองไทยเป็นอย่างดี เป็นการแสดงความห่วงกังวลอยากให้ประเทศไทยเดินหน้ากลับสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ซึ่งส่วนตัวมองว่านานาประเทศไม่ได้ต้องการเข้ามาก้าวก่าย​อำนาจอธิปไตยของไทย แต่อยากเดินหน้าความสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบกับประเทศไทยอย่างมิตรประเท​ศเท่านั้น

"และถ้าผลลัพธ์ในวันข้างหน้ายังไม่เป็นประชาธิปไตย ประเทศไทยมีผู้นำที่ชัดเจนว่าเป็นเผด็จการหรือสนับสนุนฟากฝั่งเผด็จการ กฎหมายของประเทศก็จะยังคงมีความไม่แน่นอน นานาประเทศก็จะขาดความเชื่อมั่น คนไทยก็จะยังคงเสียโอกาสในการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ อย่างที่ผ่านมาเศรษฐกิจมีจีดีพีโตเกือบต่ำสุดในอาเซียน รายได้ประชาชนกระจุกตัวอยู่กับคนกลุ่มน้อยเพียง 1% จนความเหลื่อมล้ำของไทยแซงหน้ารัสเซีย และ ตุรกี เป็นอันดับ1 ของโลก การค้าการลงทุนไม่เกิด ภาคเกษตรถูกละเลยและหดตัวอย่างรุนแรง ประชาชนมีรายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ปัญหาปากท้องไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ต่างอะไรกับสถานการณ์ในปัจจุบัน อนาคตของประเทศวันนี้จึงอยู่ที่ประชาชน ที่ต้องพร้อมใจกันแสดงให้เห็นว่า "ทนต่อไปไม่ได้แล้ว" เพราะต่อให้นานาชาติออกมาแสดงความกังวลอย่างไร ก็คงไม่มีผลอะไรเท่ากับการที่คนไทยจะไปใช้สิทธิของตัวเองในการเลือกตั้งครั้งนี้ คนไทยจึงต้องเลือกข้างให้ชัดเจนระหว่าง "ฟากฝั่งอำนาจเผด็จการ" และ "ฟากฝั่งประชาชน" ถ้าคนไทยเลือกพรรคการเมืองที่ยืนอยู่ข้างประชาชนให้ชนะขาดเท่านั้น ประเทศจึงจะพอจะมีความหวังที่จะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์" น.ส.ชยิกา กล่าว