"ภูมิธรรม" ยันพท.ยืนได้ เเม้มีกระเเสดูด “พร้อมรับมือ” อ้างเชื่อมั่นปชช.
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า "ในช่วงหลายวันมานี้ อดีต ส.ส. นักการเมืองของทุกพรรคการเมืองมีการแตกตัว เปลี่ยนย้ายไปอยู่พรรคต่างๆมากมาย ไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคเพื่อไทยปรากฎการณ์ที่มากและสับสนเช่นในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นหรือไม่ควรเกิดขึ้นมากนักหากประเทศเรามีระดับการพัฒนาทางการเมืองมากกว่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่ผู้มีอำนาจในปัจจุบันได้ใช้อำนาจพิเศษนอกระบบเข้ามาล้มล้างการปกครองโดยการยึดอำนาจไปจากรัฐบาลประชาธิปไตยที่ได้รับฉันทานุมัติมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งประเทศและอ้างว่าจะดำเนินการปฎิรูปประเทศและปฎิรูปการเมืองของประเทศอย่างเร่งด่วนและสัญญาว่า จะคืนอำนาจกลับมาให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศโดยเร็วพลัน…เศร้ามาก ที่สิ่งนี้ คือผลิตผลของการปฎิรูปการเมือง ที่ได้มาด้วยการแลกกับการล้มล้างระบบประชาธิปไตยไป เมื่อ4-5ปีก่อน
หลายคนที่เคยมีส่วนร่วมสนับสนุน ให้เกิดการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยที่ผ่านมา และเคยมีความคาดหวังอยากเห็นการปฎิรูปการเมืองเกิดขึ้นในประเทศของตน คงนึกไม่ถึงว่าคณะบุคคลที่ยึดอำนาจจะมีส่วนทำให้ระดับการพัฒนาทางการเมืองของไทยตกต่ำลงมากถึงเพียงนี้
สถานการณ์การใช้”เครื่องดูดที่มีพลังมหาศาล ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลไกต่างๆที่ผู้มีอำนาจมีอยู่…ถูกยื่นเป็นข้อเสนอประกอบสารพัดเงื่อนไขไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆทั้งสินทรัพย์ เงินทองรวมถึงประโยชน์ในการเอื้อประโยชน์เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งรวมถึงการช่วยเหลือในทางคดีหรือการช่วยคลายปัญหา คลายทุกข์ให้เครือญาติพี่น้องที่ยอมรับเงื่อนไขการย้ายไปอยู่ร่วมกัน ล้วนเป็นเหตุผลในการใช้เป็นข้ออ้าง เพื่ออธิบายของบุคคลและคณะบุคคลที่มีการโยกย้าย เปลี่ยนแปลงพรรคในครั้งนี้ทั้งสิ้น / จริงหรือไม่ยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ แต่รูปการและลักษณะของผู้ที่ตัดสินใจโยกย้ายพรรคหลายคน ล้วนมีร่องรอยให้ข้อกล่าวอ้างต่างๆมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ใครหลายคนเชื่อและคล้อยตาม
ผมเคารพในข้อจำกัดและการเลือกเส้นทางชีวิตทางการเมืองของอต่ละคน แม้นพยายามจะเข้าใจ แต่ก็ยังอดเสียดายอดีตที่แต่ละคนได้มีส่วนทุ่มเทผลักดันสิ่งดีๆที่ผ่านมาไม่ได้ เส้นทางข้างหน้า ยังทอดยาวไปอีกไกล ปัญหา อุปสรรคที่ยืนขวางหน้าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเปรียบเสมือน”คลื่นร่อนทราย ในช่วงเปลี่ยนผ่านของกาลเวลาที่จะมีเพียงทรายเม็ดใหญ่ที่แข็งแรง หลงเหลืออยู่”
ขออวยพรให้ทุกคน ยึดมั่นในสิ่งดีๆ และมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าเพื่อคนที่ยังยากลำบากที่ยังมีอยู่อีกมากในสังคมไทย
อย่างที่ผมเคยกล่าว…” รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เขียนขึ้นมาเพื่อพวกเรา แต่เขียนมาเพื่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ยึดถืออำนาจอยู่ในปัจจุบัน…เขาหวังให้เราต้องเจอกับสภาพนี้ และมันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว”
แต่ผมยังคงยืนยัน สภาพแค่นี้ ไม่มีวันทำลายอุดมการณ์และความเชื่อมั่นของพวกเรา ที่จะมุ่งเดินไปข้างหน้าเพื่อแก้ไชปัญหาให้ประชาชนและสร้างการเมืองที่มีคุณภาพและเป็นประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
เราจะมุ่งเดินไปข้างหน้าต่อไป เรายังมีจุดยืนที่มั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่หวั่นไหว ผมยืนยันอีกครั้งว่า พรรคเพื่อไทยยังเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนยังตั้งความหวังและไว้วางใจเราได้
เราได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่ผ่านมาและเรียนยืนยันว่า สถานการณ์แค่นี้ ไม่ระคายหรือไม่อาจทำลายเราได้แม้แต่น้อย…เรายังมีบุคลากรที่มีคุณภาพทางการเมือง และมีบุคลากรที่เป็นที่ไว้วางใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆอีกจำนวนมาก และเราก็ยังจะเป็นพรรคการเมืองที่จะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนอย่างสูงสุด
พรรคเพื่อไทยจะยืนหยัดทำงานเพื่อถนอมความหวังที่ประชาชนมอบให้ ให้สมกับที่พี่น้องประชาชนฝากความหวัง ฝากชีวิต ฝากอนาคตของพวกเขาไว้กับพรรคเพื่อไทย
สุดท้าย ขอขอบคุณและขอมอบ กำลังใจ ให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน ที่ยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ที่พี่น้องประชาชนฝากความหวังไว้กับพวกเรา ผมเชื่อว่าเมื่อถึงวันที่อำนาจอยู่ในมือประชาชน ประชาชนจะตัดสินใจด้วยความเชื่อมั่นในตัวพวกเรา
เราเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชน"
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนักการเมืองแห่สมัครและย้ายพรรคเพื่อให้ทันตามกำหนดเวลาการลงสมัครรับเลือกตั้ง จนทำให้บางพรรคมีสมาชิกเพิ่มและลดลงอย่างชัดเจน ว่า หลังรัฐประหารปี 2534 เกิดพรรคสามัคคีธรรม หลังรัฐประหารปี 2549 เกิดพรรคเพื่อแผ่นดิน หลังรัฐประหารปี 2557 ก็มีพรรคลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้น ภาพการกวาดต้อนนักการเมืองที่ทำกันอุตลุดจนถึงเที่ยงคืนของวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 เป็นรูปแบบการดูดและการกวาดต้อนที่น่าตกใจ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอให้อามิสสินจ้างเพื่อให้ย้ายพรรค การรับปากจะช่วยเรื่องคดี รวมถึงการแบ่งเขตเลือกตั้งให้ได้เปรียบ ล้วนถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ทุกกระบวนท่าเพื่อกวาดต้อนอดีตส.ส.ให้ได้มากที่สุด น่าจะเป็นการดูดครั้งมโหฬาร จนเป็นรอยด่างการเมืองไทย จึงตั้งคำถามว่านี่หรือคือการปฏิรูปการเมืองแบบไทยแลนด์ 4.0 ที่จะให้กับคนไทย ซึ่งหากทุกฝ่ายรับฟังเสียงประชาชน จะทราบว่าการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนต้องการ คือการเมืองที่สุจริต มีประสิทธิภาพ พรรคการเมืองที่ลงทุนดูดอย่างมหาศาล มีหรือที่หว่านพืชไม่หวังผล แล้วต้องเข้าไปถอนทุนคืนอีกเท่าไหร่ เมื่อการดูดสำเร็จแล้ว ก็ควรปลดปลดล็อคให้พรรคการเมือง สามารถแข่งขันกันนำเสนอนโยบาย รณรงค์การเลือกตั้ง สื่อสารนโยบายกันได้อย่างเต็มที่ แล้วรอฟังคำตอบจากประชาชนในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ว่าประชาชนเห็นด้วยกับพรรคพลังดูดหรือไม่ เมื่อผลการตัดสินใจของประชาชนผ่านการเลือกตั้งออกมาเป็นอย่างไร ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับและเคารพต่อการตัดสินใจของประชาชนด้วย





