ปชป.ต้อนรับสมาชิกใหม่ พร้อมวางตัวสร้างประโยชน์สูงสุดชาติ-ปชช. ขณะที่ "สมชัย" ออกตัวสังกัดไม่เปลี่ยนวิธีพูด เล็งสมุทรสาคร-กทม. หากพรรคให้ลง ส.ส.
25 พ.ย.61 ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 14.00 น. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ปัจจุบันรักษาการแทนคณบดี สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยมี นายสรรเสริญ สมะลาภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้อนรับและเป็นผู้สวมเสื้อพรรคสีฟ้าให้กับ นายสมชัย สมาชิกใหม่อีกคน ขณะที่มีรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ย.) เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือผู้การแต้ม อดีตรอง ผบช.น. ฉายามือปราบหูดำ ก็จะเดินทางมาสมัครสมาชิกใหม่ด้วย
ขณะที่ นายสรรเสริญ สมะลาภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เราก็ยินดีที่มีบุคลากรระดับผู้ทรงคุณวุฒิแถวหน้าของประเทศมาร่วมสมัครสมาชิกพรรค จริงๆ ก็ได้ข่าวเหมือนกันว่ามีหลายพรรคที่ได้ทาบทามนายสมชัย แต่สุดท้ายด้วยความที่นายสมชัยมั่นใจในตัวพรรค ระบบของพรรค และอุดมการณ์ของพรรคจึงตัดสินใจมา โดยเราเองก็จะพยายามวางตำแหน่งให้กับนายสมชัยในพรรคให้สามารถทำประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนได้สูงสุด
ด้าน สมชัย กล่าวว่า ก็ไม่คิดว่าจะมีสื่อให้ความสำคัญและสนใจมากมาย รู้สึกพอๆ กับตอนที่โดนปลดจาก กกต. อย่างไรก็ดีถือเป็นเรื่องธรรมดามากที่ฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งสามารถสมัครสมาชิกพรรคใดก็ได้แต่สมัครได้เพียงพรรคเดียว ที่ผ่านมาวัฒนธรรมการเมืองไทยมักมองว่าการสมัครสมาชิกพรรคเป็นเรื่องไกลตัวจากประชาชน แต่จริงๆ แล้วถ้าประชาชนเห็นว่าการเมืองไทยมีความสำคัญ พรรคการเมืองมีความหมายต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีขึ้นก็อยากให้ตัดสินใจเลือกสมัครสมาชิกพรรคไหนก็ได้ที่เห็นว่าเป็นพรรคที่ดีในสายตา หรือเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์สำหรับตัวเองเพราะเมื่อเป็นสมาชิกพรรคแล้วก็สามารถเสนอแนะความคิดต่างๆ ผ่านกรรมการบริหารพรรคได้คิดเป็นนโยบาย เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมบ้านเมือง ก็อยากจะฝากบอกถึงประชาชนทุกส่วนว่าเราสามารถทำได้
ผมเองมาที่นี่ ไม่ได้มุ่งหวังอะไร แต่เป็นเรื่องที่เราใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญสมัครสมาชิกพรรคการเมือง และไม่ได้ทำให้ผมมีสิทธิพิเศษอะไรแตกต่างจากคนอื่น ส่วนการจะดำเนินกิจกรรมการเมืองอะไรในพรรคนี้ กรรมการบริหารพรรคจะพิจารณาเองว่าอยากใช้ผมทำอะไร ส่วนความคิดทางการเมืองต่างๆ ที่ผมเคยเสนอแนะผ่านสังคมสาธารณชนทั่วไป ต่อไปก็จะใช้ช่องทางเสนอแนะผ่านทางพรรคขึ้นไปเพื่อให้เกิดการพัฒนาเป็นนโยบายต่างๆ ด้วย
เมื่อถามว่าตัดสินใจหรือยังว่าจะลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ด้วยหรือไม่ นายสมชัย ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่คิดว่าจะลงหรือไม่ลง เพราะการทำประโยชน์บ้านเมืองไม่ได้แปลว่าจะต้องลงเลือกตั้ง เพียงขอให้มีการเสนอความคิดใหม่ๆทุกช่องทางที่เป็นประโยชน์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคม แต่ถ้าสมมุติพรรคเห็นว่าตนลงได้จะให้ลงก็ได้ แต่ถ้าพรรคเห็นว่าตนพูดเก่งควรเก็บไว้พูดกับประชาชนหรือสื่อมวลชนดีกว่าก็ได้ อย่าเพิ่งไปมองว่าตนจะทำอะไรมีการเรียกร้องใดๆ ตนก็ไม่มีข้อเรียกร้องอะไรในเรื่องนี้ ตนเพียงเห็นว่าก็ไม่มีกฎหมายอะไรห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เมื่อตนมีอายุมากแล้ว ผ่านการเป็น กกต.มาแล้ว และตนไม่ได้สมัคร ส.ว. ขณะที่องค์กรอิสระตนก็เป็นไม่ได้อีกแล้ว จึงเลือกที่มาสมัครสมาชิกพรรคการเมือง ขณะที่ นายสมชัย ยืนยันว่า ไม่ว่าตนจะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ก็จะไม่ได้เปลี่ยนวิธีการพูดต่อสังคมตนพร้อมจะวิจารณ์ในเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หรือแม้แต่พรรคเองหากมีอะไรที่ต้องพูดถึงตนก็พร้อมให้ความคิดเห็นต่อสื่อและสังคม ตนไม่สนว่าใครจะเป็นผู้ปกครองบ้านเมืองถ้าทำผิดตนพร้อมจะวิจารณ์ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยที่ผ่านมาตนก็พูดในฐานะคนกลางและนักวิชาการ
อย่างไรก็ดีเมื่อถามถึงความสนใจในใดพื้นที่หากได้ลงสมัคร ส.ส. นายสมชัย กล่าวว่า ตัวเองเกิดที่จังหวัดสมุทรสาคร หากพื้นที่ดังกล่าวที่ว่างแล้วคิดว่าตนเหมาะสมไปได้ จะให้ลงก็ได้ ขณะที่ตนก็เรียนใน กทม. และจบรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) แล้วก็ทำงาน กทม. ที่ธรรมศาสตร์ร่วม 30 ปี ดังนั้น กทม. คงจะเป็นอีกพื้นที่ให้ความสนใจ แต่สุดท้ายเป็นเรื่องพรรคจะประเมินว่าสไตล์ของตนเหมาะหรือไม่เหมาะในการลงสมัคร ส.ส. หรือให้ตนทำงานวิชาการตนก็พร้อม คือถ้าใช้ผมก็เลือกผม หากยังไม่อยากใช้ก็ไม่ต้องเลือก





