"ชวลิต" บี้ 4 รมต.ลาออก “ฐานใช้ทรัพยากรของรัฐ” สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ
นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงพรรคพลังประชารัฐได้รับการรับรองจากกกต. โดยเรียกร้องให้ 4 รัฐมนตรีประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงสปิริตลาออกจากทุกตำแหน่งในรัฐบาล เพราะเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นทั้งส่อว่าจะกระทำผิด พรป.พรรคการเมือง และ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวคือ
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.เคยให้ความเห็นเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า กรณี 4 รัฐมนตรีมีกิจกรรมพบปะประชาชนที่คลองลัดมะยม กทม.เพื่อสอบถามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนประกอบการจัดทำนโยบายพรรคว่าสามารถกระทำได้ ถ้าไม่ได้ใช้เวลาราชการและทรัพยากรของรัฐ
เเต่ตนมีข้อมูลและมีความเห็นว่า รมต.ทั้ง 4 ท่าน ใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐชัดเจน กล่าวคือทั้ง 4 รัฐมนตรีถือเป็นทรัพยากรบุคคลของรัฐ เพราะรับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ ฯลฯ จากการตั้งงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ในฐานะที่ทั้ง 4 รัฐมนตรีเป็นข้าราชการการเมือง ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลของรัฐนั่นเอง
คำว่า “ทรัพยากร” มีความหมาย 2 นัย
นัยแรก หมายถึงทรัพยากรธรรมชาติ
นัยสอง หมายถึง ทรัพยากรบุคคล
กรณี “บุคคล” ที่ถือเป็นทรัพยากร นั้น มีตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า “บุคคล” เป็นทรัพยากร ได้แก่ “เยาวชน เป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญ ที่เป็นอนาคตของชาติ” เป็นต้น
ดังนั้น เมื่อข้อมูลชัดเจนว่า 4 รัฐมนตรีซึ่งเป็นทรัพยากรของรัฐเอาตัวตนและตำแหน่งหน้าที่สนับสนุนการทำกิจกรรมของพรรค ถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น ส่วนกรณีจะเป็นการกระทำผิดตาม พรป.พรรคการเมือง และ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ เป็นหน้าทึ่ของ กกต.ที่จะดำเนินการตาม พรป.กกต.มาตรา 22 ที่ให้อำนาจ กกต.ไว้ว่า ให้สอดส่องดูแลเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่มีข้อจำกัดของเวลาว่าจะต้องมี พรฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง แต่ กกต.สามารถดำเนินการได้ตลอดเวลา
โดยส่วนตนเห็นว่า 4 รัฐมนตรีที่มีตำแหน่งในพรรคประชารัฐ ส่อว่าได้กระทำผิดกฎหมายดังกล่าวข้างต้นในประเด็นใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนพรรคการเมือง เพราะนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เคยวินิจฉัยไว้ในกรณีนี้ว่า ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนการทำกิจกรรมพรรคการเมือง
“ลำพังข้อครหา ข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า ฝ่ายบริหารในรัฐบาลนี้ไม่เป็นกลาง เพราะเป็นทั้งผู้เล่น และเป็นทั้งกรรมการ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ความเชื่อมั่นประเทศก็ไม่เหลือ ใครจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนั้น ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือกันทำให้ประเทศได้รับความเชื่อมั่นด้วยการจัดการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม ก็จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนโดยส่วนรวม โดยเฉพาะ กกต.หากเห็นว่า 4 รมต.กระทำผิดจริง ก็ควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาให้สังคมเห็น ความเชื่อมั่นประเทศก็จะกลับคืนมา”





