"พล.อ.ประยุทธ์" ลั่นบริหารประเทศไม่มีระบบเครือญาติ โมโห! คนด่า "โง่" ดราม่าเขียนคำว่า "สร้าง" ใส่ไม้เอก แจงแค่เขียนเร็วมือตวัดไปแค่นั้น
เมื่อวันที่ 10 ก.ย.61 เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานพิธีในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานก.พ.และหัวหน้าส่วนราชการเพื่อสนับสนุนกลไกการปฎิบัติงานในโครงการเชิงยุทธศาสตร์/โครงการสำคัญระดับประเทศ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "หนึ่งองศาขยับ ปรับเปลี่ยนประเทศไทย : กำลังคนคุณภาพกับการปฏิรูปประเทศเชิงบูรณาการ"โดยมีข้าราชการจากหลายหน่วยงานเข้าร่วม 500 คน
โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า รายงานประจำปีระบบข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง 2018 High performance and potential system (HiPPS) ของสำนักงานก.พ. ดีทั้งหมด แต่ประเทศไทยจะหลักการอะไรก็แล้วแต่ ต่อให้ใครเก่งมากที่สุดมาทำก็ไม่ได้มันต้องแบบไทยเรานี่แหละ ต้องหาวิธีการที่เหมาะสม โดยมีทั้งชอบและไม่ชอบ ไม่ใช่ทำแต่เฉพาะชอบ รัก อย่างไรก็ตาม วันนี้รัฐบาลทำหลายอย่างมีคณะกรรมการมากมายนายกฯเป็นประธานหมดจนตนรู้สึกเวียนหัว ตั้งไปเรื่อยเพราะความจำเป็น แต่เดี๋ยวจะค่อยๆ ลดไปเรื่อยๆ กำลังปรับโครงสร้างตรงนี้อยู่ โดยให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีดำเนินการ
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ข้าราชการต้องพิจารณาดูว่าอยากทำอะไร อยากได้อะไรกฎหมายมีหรือยัง ถ้าไม่มีจะต้องทำอย่างไร และกฎหมายนี้จะต้องไม่ไปเพิ่มภาระที่ไม่จำเป็น แต่สิ่งที่จำเป็นก็ต้องมีไม่ใช่ให้โดยที่ไม่มีอะไรเลยมันไม่ได้ ให้เพื่อคนรักมันก็อย่างว่าการทำให้คนรักมันง่าย แต่ทำให้คนเกลียดแบบตนนี่ยากเพราะตนใช้กฎหมายแล้วจะให้เขารักได้อย่างไร เขาไม่รักตนหรอก แต่วันหน้าเขาจะนึกได้ ว่าที่ทำวันนี้จะเป็นผลต่อวันหน้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดระเบียบการขายของริมถนน หรืออะไรต่างๆคนพวกนี้อาจคิดว่าผิดกฎหมายเล็กน้อยไม่น่าจะต้องทำอะไร แต่อย่าลืมว่ากฎหมายจะทำให้เกิดโอกาสกับทุกคนทำให้เกิดการแข่งขันและพัฒนาตนเองได้ไม่เช่นนั้นทุกคนก็ไม่ปรับปรุงพัฒนาตัวเอง ตามไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ขอให้เข้าใจตรงนี้ไม่เช่นนั้นจะทำอะไรไม่ได้ ทั้งนี้กำลังให้ปรับสิ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากการจัดระเบียบเพราะหาที่ขายให้ใหม่แต่คนซื้อไม่ตามไป
“การขายของข้างถนนหายด่านายกฯเพียบแล้วทุกคนบอกว่านั่นคือเสน่ห์ของประเทศไทย ก็ใช่แต่จัดระเบียบหน่อยได้ไหม ให้ดูสะอาด เปลี่ยนร่มได้ไหมไม่ใช่ร่มอะไรก็ไม่รู้กางสกปรก โต๊ะเก้าอี้ขาเก มันดูไม่ได้ ขอปรับแค่นั้น แต่ทุกคนก็ไม่ยอม เพราะไม่อยากเสียเงินเพิ่มเนื่องจากมีหนี้สินนอกระบบเยอะ อย่างไรก็ตาม ต้องนึกถึงคนจน เขาเดือดร้อนเขาไม่เข้าใจหรอก ฉะนั้นการพัฒนาต้องให้คนเรียนรู้ด้วยว่าสิ่งที่คิดในวันนี้คืออนาคตของเขาและลูกหลาน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า การเป็นผู้นำยอมรับการเปลี่ยนแปลงตรงนี้สำคัญ ไม่ว่าจะระดับบน กลาง ล่าง ถือว่าเป็นผู้นำทั้งสิ้น ถ้าขับเคลื่อนกันคนละองศามันจะถึงข้างบน ฉะนั้น ทุกคนต้องรู้งานของตนเองไม่ใช่ใครสั่งก็พิมพ์หรือใครให้เซ็นก็เซ็นไปเรื่อย ติดคุกนะ กฎหมายเข้าใครออกใครที่ไหน ต้องระมัดระวังแต่ทำอย่างไรไม่ให้เขาเกลียดขี้หน้าเรา ตรงนั้นมันยากแต่ถ้าปัญหามากเขาก็เกลียดหมด
“ก็พูดกับเขาให้ระวังตรงนั้นตรงนี้ รักนะถึงได้เตือน บอกกับนายเธอสิไม่ได้เกลียดนาย ไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้ง แต่เพราะความห่วงนาย แค่นี้เขาก็รักเธอเยอะแล้ว ไม่ใช่ให้นายเซ็นอะไรแล้วบอกว่าดีไปหมดเวลาติดคุกเฉลี่ยเท่ากันหมด โดนหมด ตัวอย่างมีอยู่แล้ว ผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเป็นผู้นำการรับฟังความคิดเห็นเป็นสิ่งสำคัญแต่ต้องตัดสินใจ ไม่ใช่ไม่ตัดสินใจ ไม่หาแนวทางปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาก็ไม่เกิดประโยชน์ แบบนี้ไม่ใช่ผู้นำเป็นผู้นำต้องตัดสินใจรับผิดและรับชอบ ไม่ใช่รับชอบอย่างเดียวขอฝากผู้บริหารระดับสูงไว้ด้วย เพราะโตมาถึงวันนี้ได้ก็ไม่ธรรมดา ทั้งนี้เรื่องกฎหมายจะต้องไม่เป็นอุปสรรค ไม่ปิดกั้นหรือสร้างภาระให้ประชาชนต้องเอาทุกฎหมายทำงานให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็ปรับแก้ โดยบอกกับนายวิษณุว่าตรงไหนไม่ดีไม่เป็นธรรม หรือไม่เกิดความเชื่อมโยง ต้องบอกเช่นนี้ ไม่ใช่แก้กฎหมายเฉพาะขออำนาจ ปัญหาและความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นต้องใช้กฎหมายเชิงบูรณาการให้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งนายกฯ กล่าวว่า“ยุทธศาสตร์ชาติเปรียบเสมือนลำตัวมนุษย์ มีแกนกลาง ไขสันหลัง ซ้ายขวาคือแขน มีเส้นเลือดฝอยเส้นเลือดดำแดงวันนี้ทุกอย่างค่อนข้างกระท่อนกระแท่น เหมือนเลขาฯ กบ (อำพน กิตติอำพน)วันนี้แข็งแรงแล้ว เมื่อก่อนไม่ค่อยสบาย ที่ผมพูดไม่ใช่ว่าไปอย่างอื่น ทำหน้าตื่นเต้นไปได้ เขาไปทะลวงไส้มากี่เซ็นแล้ว ก็ต้องไปหาหมอไง วันนี้คนมักจะเป็นโรค ความดันสูง เบาหวาน มะเร็ง สมองเสื่อม แต่ทุกคนบอกสบายช่างมันไม่ต้องออกกำลังกาย เดี๋ยวไปรักษาฟรี พอไม่ได้คุณภาพด่าคนรักษา ซึ่งเราต้องเข้าใจบริบททั้งหมดด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องการรักษาพยาบาล รัฐบาลนี้ทำเพิ่มเติมไม่ได้ทำตามเดิมทั้งหมด งบประมาณก็ปรับขึ้น อยากให้ช่วยกันอธิบายตรงนี้ด้วย ว่าในวันนี้เราทำให้ดีขึ้นแค่ไหน เราไม่ได้เลิก แต่ปัญหาก็มีบ้าง ซึ่งของเดิมมีปัญหาทั้งเรื่องงบประมาณและคุณภาพเยอะ ถ้าเข้าใจบริบทเหล่านี้ก็คุยต่อได้อย่ารู้เพียงหลักการวิชาการอย่างเดียว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การเป็นข้าราชการที่ดีแก้ปัญหาทุจริต พูดกันมานานแล้ว ประเทศไทยมีระบบเครือญาติ เห็นว่าเป็นญาติๆ กันก็คิดว่าให้ดูๆ เขาหน่อย เผื่อแผ่แบ่งปัน แต่กับตนไม่มีไม่ใช่ตนจะดีหรือไม่ดี แต่ตนอาย หิริโอตัปปะ ตนไม่ทำ ฉะนั้นใครทำไปหามาลงโทษกัน เราต้องไม่ยอมรับคนโกง เรื่องโกงมีสองอย่างคือยอมทั้งสองฝ่าย ถ้าตัวเองไม่ผิดจะให้เขาโกงได้อย่างไร จะให้เขาเรียกผลประโชน์ได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นตำรวจเรียก จะให้เขาได้อย่างไร ถ้าตัวเองไม่ผิด แต่นี่ตัวเองผิด
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ก็มีการสื่อสารเข้าไปผิดบ้างถูกบ้าง บัตรผู้มีรายได้น้อยที่ทำเพิ่มเติมไปเรื่อยๆไม่ใช่ประชานิยม ต้องไม่มีปัญหา และขอให้ข้าราชการ ประชาชน นักธุรกิจ ทุกคนร่วมกัน นโยบายและการเมืองต้องสอดประสานกันให้ได้ และต้องได้รัฐบาลที่คิดใหม่ ไม่ใช่คิดแต่ให้นี้ให้โน้น ถ้าอย่างนี้กลับที่เดิมองศาเดียวก็ไม่ได้ ติดลบหมด และอยากแก้ปัญหาเดิมทำให้เกิดปัญหาใหม่มากกว่า 1 ปัญหา ทั้งหมดนี้ตนพูดจากประสบการณ์และแนวคิดของตนที่อ่านมหาศาล 4 ปี วันก่อนที่ดาราตนเขียนอะไรสักอย่าง เขาบอกนายกฯนี้โง่จริงๆ เขียนคำว่า"สร้าง" ก็ผิดใส่ไม้เอก ตนเขียนเร็วมือตวัดไปแค่นั้น บอก"โง่เป็นควาย ไอ้ห่า"ขอโทษ มันน่าโมโหจริงๆ ตนพูดได้ขนาดนี้ตนไม่เขียนผิดหรอกคำว่า "สร้าง" ก็สื่อทั้งนั้นแหละที่ถ่ายออกไปให้คนมารุมด่า นั้นแหละคือธุรกิจใช่ไหม น่าโมโห วันนี้ลองเปิดในโซเชียลฯดู แค่เปิดนายกฯ ไม่สุภาพก็มีข้อมูลออกมาแถวแล้ว หรือหน้าตนงิดงอก็หัวเราะกัน มันได้อะไรสักองศาไหม วันนี้สื่ออยากมาถาม ตนไม่ตอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นนายกฯได้เดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์บอกเพียงว่า "ไว้พรุ่งนี้"




