วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สามมิตร' ไม่หวั่นถูก กกต.สอบเอาผิด

"สามมิตร" ไม่หวั่นถูก กกต.สอบเอาผิด ยันเคลื่อนไหวเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2561 ที่ศูนย์ประสานงานกลุ่มสามมิตรประจำจ.นครราชสีมา ต.โคกสูง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขากลุ่มสามมิตร กล่าวถึงการเดินทางไปพบกับนายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญาในคดีแก้ผ้านักข่าวของกลุ่มสามมิตร เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา

ว่าจะเป็นอุปสรรคในการร่วมกันทำงานรวมถึงการส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่นั้นว่า เมื่อวานที่ไปหาหมอเปรมไม่ใช่เป้าหมาย เรื่องหมอเปรมจะได้ลงผู้แทนหรือจะได้เป็นผู้แทนหรือไม่ แต่ไปหาเพื่อให้ประสานพี่น้องในเขตเลือกตั้ง มาแลกเปลี่ยนปัญหาพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นหมอเปรมจะสอบได้ สอบตกหรือจะพ้นคดีหรือไม่นั้นกลุ่มสามมิตร ไม่รู้เป็นเรื่องส่วนตัว

แต่วันนี้เราเห็นว่าหมอเปรมฯ เป็นผู้ที่มีศักยภาพในเขตอำเภอบ้านไผ่ อ.โนนศิลา และในหลายๆพื้นที่ ซึ่งเมื่อวานมีประชาชนมากันไม่ 300 กว่าคน ไม่ได้มีการจ้างมาสักคน สามารถสอบถามได้ แต่ประชาชนเดินทางมาเพื่อที่จะมาพูดถึงปัญหาต่างๆให้กลุ่มสามมิตรฟังและอยากฟังความคิดของสามมิตรว่าจะทำอะไรให้ได้บ้าง นั่นคือประเด็นหลักของการเดินทางไปพบกับนายแพทย์เปรมศักดิ์นายภิรมย์ กล่าวว่า กรณีที่ประธาน กกต.จะตรวจสอบการทำกิจกรรมของกลุ่มสามมิตรว่าผิดกฎหมายอย่างไรหรือไม่นั้น

'สามมิตร' ไม่หวั่นถูก กกต.สอบเอาผิด

พวกเรายืนยันมาตลอดว่ากลุ่มสามมิตรไม่ใช่พรรคการเมือง การตั้งชื่อว่ากลุ่มสามมิตรก็เพื่อแสวงหาความต้องการปัญหาหรือแนวคิดที่จะทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าเกิด กกต.ยุบกลุ่มสามมิตรก็คงไม่มีกฏหมายใดที่มายุบความคิดของประชาชนได้ แต่ถ้ายุบจริงวันนี้พรุ่งนี้ตนเองก็จะตั้งกลุ่มมหามิตรขึ้นมาใหม่ได้ไม่ได้ซีเรียสหรือมีปัญหาแต่อย่างใด

สรุปแล้วกลุ่มสามมิตรยังจะเดินหน้าแลกเปลี่ยนแนวคิดกับประชาชนทุกกลุ่มทุกอาชีพต่อไปโดยไม่ย่อท้อ นายภิรมย์กล่าวและว่า การที่ คสช.ออกคำสั่งมาไม่ให้มีการชุมนุมเกิน 5 คน ก็เพราะเกรงว่าคนจะมารวมกันเกิน 5 คน แล้วมาพูดคุยกันเรื่องการเมืองแล้วเกิดการทะเลาะกันและเกิดความแตกแยกในสังคมตามมา ซึ่งไม่มีกฎหมายใดในโลกที่จะมาลงโทษกลุ่มคนที่มารวมกัน 200-300 คน แล้วพูดคุยในเรื่องที่สร้างสรรค์ สร้างความรักความสามัคคีและเกิดประโยชน์ในวันข้างหน้า ซึ่งถ้าตนเองนำกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง มาพูดคุยกันแล้ว ทำให้เขารักกันไม่ทะเลาะกันนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อประชาชนก็ให้มาจับผมได้เลย

'สามมิตร' ไม่หวั่นถูก กกต.สอบเอาผิด

ผมจะยอมติดคุกจะได้ผอมๆเหมือนคนที่เคยติดคุกสัก 3 เดือน ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าหน้าที่จะมาจับผมเพราะพูดคุยกันแล้วประชาชนได้ประโยชน์ สรุปแล้วสามมิตรเดินหน้าต่อและวันนี้หัวหน้ากลุ่มก็มีคำสั่งมาแล้วว่าภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ก็ไปมาแล้ว สัปดาห์หน้าจะลงไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ของนายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตรอีกคน ส่วนตนเองจะขอรับผิดชอบทางภาคอีสานอีกสักระยะ

นายภิรมย์ กล่าวว่าจะนำเสนอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขึ้นเงินเดือนให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และแพทย์ประจำตำบล แน่นอน โดยกลุ่มสามมิตร อยากเสนอให้กำนันได้เงินเดือน 18,000 บาท และผู้ใหญ่บ้านได้เงินเดือนเท่าวุฒิปริญญาตรี 15,000 บาท เพราะกำนันผู้ใหญ่บ้านทำงานเหนื่อย ทำหลายหน้าที่และก็ไม่มีบำเหน็จ บำนาญ ส่วนเรื่องการตั้งจังหวัดบัวใหญ่นั้นกลุ่มสามมิตรก็จะนำเสนอนายกรัฐมนตรีแน่นอน เพราะอยากให้เกิดความเจริญ งบประมาณก็จะได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ใช่มาหารกัน 32 อำเภอ เหมือนที่ จ.นครราชสีมาเป็นอยู่ทุกวันนี้ การตั้งจังหวัดบัวใหญ่เป็นเรื่องที่ดี

ต่อข้อถามมาถึงวันนี้กลุ่มสามมิตรมีสมาชิกกี่คนแล้ว นายภิรมย์ฯตอบว่า ณ วันนี้กลุ่มสามมิตรไม่ใช่มีแค่ 200 คน แต่มีหลายล้านคนแล้วนั่นก็คือพี่น้องประชาชนที่ชอบแนวทางของกลุ่มสามมิตร อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนกลุ่มอาชีพต่างๆ อีกมากมายที่ได้ฟังหรือเห็นการทำงานของกลุ่มสามมิตรซึ่งต้องการทำประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

ต่อข้อถามกรณีอดีตนายกทักษิณฯระบุว่าสามมิตรเคลื่อนไหวบนผลประโยชน์และใช้เงินเป็นตัวล่อดูดอดีต ส.ส.เข้าร่วมนั้น นายภิรมย์ฯกล่าวว่า ตนขอฝากถึงเจ้านายใหญ่ว่าอย่าตื่นเต้นกับคำว่าสามมิตรถ้าท่านมั่นใจว่าพรรคของท่านยังถูกใจพี่น้องประชาชนจะมี อดีต ส.ส.ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทย 200-300 คน ก็อย่าซีเรียสถ้าคิดว่าพรรคเพื่อไทยดีจะเอาใครลงก็ได้ เป็น ส.ส.อยู่แล้ว กลุ่มสามมิตรไม่เคยใช้เงินไปดูดใครเราจะดูดเอาเฉพาะแนวคิดที่ดีมาช่วยกันสร้างสรรค์ทำประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติเท่านั้น มาถึงวันนี้กลุ่มสามมิตรขอประกาศสงครามกับพรรคเพื่อไทยว่าให้มาแข่งความดีกันด้วยนโยบายว่าใครจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากกว่ากัน นายภิรมย์ กล่าว