วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯ ชวนปชช.แสดงพลังจงรักภักดีถวาย 'ร.10'

นายกรัฯ ชวนพสกนิกรชาวไทย รวมใจเป็นหนึ่งเดียว แสดงพลังแห่งความจงรักภักดี ร่วมขับร้องบทเพลง "สดุดีจอมราชา" ในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ตั้งแต่ทรงดำรงพระราชฐานะพระรัชทายาท เมื่อเสด็จขึ้นทรงราชย์ ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์เป็นสำคัญโดยมีพระราชประสงค์ที่จะสนองพระราชปณิธานในสมเด็จพระบรมชนกนาถ ด้วยการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ศาสตร์พระราชา และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และประเทศชาติเจริญก้าวหน้า มั่นคง ตลอดจนทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และทุกจังหวัด ทั่วประเทศ ในการบรรเทาความเดือดร้อน และ แก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน จากภัยพิบัติ เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานคร และทุกจังหวัด ทั่วประเทศ ในการบรรเทาความเดือดร้อน และ แก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์ ไปมอบสิ่งของพระราชทาน พร้อมเชิญพระราชกระแส ทรงห่วงใย และให้กำลังใจ สร้างความซาบซึ้ง และปลาบปลื้มปีติ แก่ทหาร ตำรวจ และประชาชน เป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2561 รัฐบาล ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทย ทุกหมู่เหล่า รวมใจเป็นหนึ่งเดียว แสดงพลังแห่งความจงรักภักดี ด้วยการร่วมขับร้องบทเพลง “สดุดีจอมราชา” โดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน สถิตเป็นพระมิ่งขวัญ ปกเกล้า ปกกระหม่อมอาณาประชาราษฎร์ ตราบกาลนาน


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาล และ คสช.ได้ ดำเนินนโยบายต่างๆเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่มีมานานในอดีต วางรากฐานการพัฒนาประเทศ ก้าวข้ามกับดัก ก้าวไปข้างหน้า ให้ทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ อย่างสมภาคภูมิ สามารถสร้างความเชื่อมั่น ไว้ใจจากประชาคมโลกได้ อาทิ เรื่องการบินพลเรือน (ICAO),การประมงที่ถูกต้องตามหลักสากล (IUU) ,และสถานการณ์ค้ามนุษย์ ที่อยู่ในระดับที่ดีขึ้น (TIP report) รวมถึงล่าสุดองค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก (WIPO) ได้เปิดเผยรายงานการประเมินผล ดัชนีนวัตกรรมโลก ประจำปี 2561โดยประเทศไทยมีอันดับดีขึ้นจากอันดับที่ 51 ในปีก่อน มาเป็นอันดับที่ 44 ในปีนี้ จากทั้งหมด 126 ประเทศทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่สากลให้การยอมรับประเทศไทย ในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น ส่งผลให้การเดินทาง เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทุกมิติ เป็นไปด้วยความราบรื่น ทั้งการเยือนอังกฤษ และฝรั่งเศส เมื่อเดือนที่ผ่านมา ศรีลังกา และภูฏาน ในเดือนนี้

นายกฯกล่าวต่ออีกว่า การเดินทางไปตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 หรือ กลุ่มจังหวัดราชธานีเจริญศรีโสธร ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี – อำนาจเจริญ – ศรีสะเกษ และจังหวัดยโสธร เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารราชการแผ่นดินที่ต้องลงพื้นที่ เพื่อติดตาม ประเมินผลการขับเคลื่อนในระดับปฏิบัติ แต่ละภูมิภาคของประเทศ รับฟังปัญหาโดยตรงจากปากของประชาชน รวมทั้งภาคเอกชนในพื้นที่ ต้องขอขอบคุณประชาชน ข้าราชการ และทุกภาคส่วนที่ให้การต้อนรับ อย่างอบอุ่น ส่วนโครงการต่างๆ ที่เสนอมา หากสามารถเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ และ มีความจำเป็นเร่งด่วน ก็ต้องพิจารณาปรับให้มาดำเนินการเร็วขึ้น อาทิ พัฒนาระบบโลจิสติกส์ ทางถนน – ทางราง – ทางอากาศ เพื่อการท่องเที่ยว และเชื่อมโยงการค้าชายแดน พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และแก้ปัญหาอุทกภัย สร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากทำความเข้าใจให้ตรงกันเกี่ยวกับ “การบริหารจัดการขยะ” ซึ่งถือเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และกำกับดูแล ตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น เข้าไปครอบงำกระบวนการจัดการขยะมูลฝอยไม่ได้ แต่ก็ มีการยกเว้นใน 2 ข้อ ยืนยันไม่ได้ทำเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ใครโดยเฉพาะ แต่มุ่งเร่งแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยให้มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน

นายกฯกล่าวอีกว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้นักฟุตบอลเยาวชน หมูป่า ซึ่งประสบภัยทางธรรมชาติ สามารถรอดพ้นวิกฤตครั้งนั้น มาได้ ก็เพราะความเป็นนักกีฬา ที่มีน้ำอด น้ำทน มีสุขภาพกาย และจิตใจ ที่เข้มแข็ง ดังนั้น จึงอยากเชิญชวนประชาชนหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น เป็นกิจวัตร ซึ่งการวิ่งนับว่าเป็นการออกกำลังที่ไม่ต้องลงทุนมาก หากเป็นการวิ่งการกุศล ก็จะได้บุญด้วย เช่น งาน “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เดิน-วิ่งการกุศล” เพื่อจะหาเงินรายได้ส่วนหนึ่ง ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วประเทศ อีกทั้งเป็นการสนองพระปณิธาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน นี้

นอจากนี้ นายกฯทิ้งท้ายว่าพรุ่งนี้รายการเดินหน้าประเทศไทย “ทุกวันเสาร์ เราปฏิรูป” จะเป็นการนำเสนอในแนวใหม่ ที่เน้นสร้างการรับรู้ เข้าใจ และร่วมมือเพื่อ “สร้างไทยไปด้วยกัน” อยากให้รอติดตามชมเหมือนทุกๆ เย็น หลังเคารพธงชาติ ที่รัฐบาลและ คสช. พยายามที่จะนำเสนอเนื้อหา สาระที่เป็นประโยชน์ สำหรับทุกคน พร้อมขอให้ทุกคน รักษาสุขภาพ และอวยพรให้ทุกครอบครัว มีความสุข ปลอดภัยในช่วงวันหยุดยาว