"พล.อ.ประยุทธ์" เผยต้องหาแหล่งน้ำเพิ่มรองรับ "อีอีซี" แจงแผนพัฒนา 20 ปี แก้ได้ ซัด รบ.ก่อน เคยมีข้อมูลน้ำมาโชว์หรือไม่ ฉุนโดนอัด "ปฏิรูป" 4 ปี คนยังจน
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานเสวนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ตอนหนึ่งว่า วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารจัดการน้ำภายใต้ยุทธศาสตร์ที่เรามีอยู่ บูรณาการให้มีเอกภาพ แผนงานการบูรณาการการบริหารจัดการน้ำประจำปี 2562
พิจารณาแผนงานที่มีผลสัมฤทธิ์ในการแก้ปัญหาเชิงยุทธศาสตร์ของน้ำ พิจารณาแนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) ต้องหาแหล่งน้ำเพิ่มขึ้น เราพิจารณาแล้วเสริมให้ได้ในระยะเวลา 5-10ปีที่ยังไม่เกิดปัญหา ต้องทำตั้งแต่วันนี้ วันหน้ามันก็ต้องมีอย่างอื่นเพิ่มเติมอีกหลายพื้นที่ ทั้งนี้อีอีซีมันเกิดขึ้นภาคตะวันออกเพราะมีความพร้อมอยู่บ้าง ต่อจากโครงการอีเทิร์นซีบอร์ด เครือข่ายมันพอมีอยู่แล้ว เลยทำตรงนี้ ถ้าทำตรงอื่นต้องลงทุนอีกมหาศาล ที่อื่นมันยังไม่พร้อม ก็ทำตรงนี้ก่อน ยึดโยงการส่งสินค้าการบินจะไปอย่างไร
“หลายคนบอกทำไมนายกฯทำแต่ตรงนี้ เป็นคนชลบุรีหรือเปล่า พอไปทำอีสานนายกฯเกิดโคราชเข้าไปอีก เอ๊ะ พูดอย่างนี้มันไม่ใช่ ผมมองคนทั้งประเทศไม่อย่างนั้นผมจะให้มีการบริหารราชการในระดับชาติได้ยังไง ภาค กลุ่มจังหวัด จังหวัด และท้องถิ้น มันต้องทำงานกันแบบนี้วันนี้ ผอ.สำนักงบประมาณต้องชัดเจนขึ้นว่าแต่ละจังหวัดมีงบเท่าไหร่ในงบปี62 ที่ผ่านมามันต่างกันมาก ตรงนี้ได้น้อย ตรงนี้ได้มาก เพราะอะไรก็รู้แยู่แล้ว ตรงนี้ซ้ำซากได้อยู่แล้ว แต่แก้ปัญหาไม่ได้มันเกิดอะไรในช่วงที่ผ่านมา วันนี้พยายามจะทำให้ดี แต่ไม่ได้ง่ายนักหรอกเพราะนี่คือคนมีหลายพวก หวังดีบ้าง ไม่หวังดีบ้าง”
นายกฯ กล่าวนายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องสมาร์ทซิตี้ไม่ใช่ว่าเอาคนรวยไปอยู่ ถ้าไม่มีคนรวยไปทำกิจการ ไม่มีคนมีสตางค์ไปอยู่ แล้วคนจนจะไปทำอะไรกับใคร มันขาดคนตรงกลาง วันนี้มีพ่อค้า ประชาชน ข้างล่างก็มีเกษตรกร ไม่มีตรงนี้แล้วมันจะไปตรงไหน วันนี้ก็แก้ด้วยระบบออนไลน์ให้ขายเอง คนที่ไปแล้วเพราะรวยแล้ว คนที่ยังไม่ไปก็ด่าอยู่นี่แหล่ะว่าจน ก็เขาทำระบบออนไลน์ให้แล้ว คุณพัฒนา รวมกลุ่มหรือยัง ถ้าไม่ทำอย่างนี้ก็เป็นอยู่อย่างนี้ ตกขบวนอยู่แบบนี้ เป็นเหยื่อการพูดจาให้ร้ายซึ่งกันและกันนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ได้เห็นชอบแผนการพัฒนารองรับอีอีซี โดยมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนหลักในการรองรับการพัฒนา 20 ปี ซึ่ง 20 ปีที่ว่าสามารถปรับเปลี่ยนได้หมด ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป แต่ต้องทำ ยุทธศาสตร์ชาติเขียนไว้อย่างนี้ต้องทำเส้นทางให้ต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมโยง สร้างมูลค่า กระจายสินค้ากระจายรายได้ โดยมีวิธีการคุณก็ต้องเลือกปฏิบัติไป ถ้าไม่ได้ก็ขอปรับแก้มา ไม่ใช่จะเอาเป็นเอาตายกันทุกเรื่อง แต่ถ้าไม่มีเขียนไว้แบบนี้มันไม่ทำอะไรสักอย่าง ซะเปะซะปะไปเรื่อย คุณจะเอายังไง คุณจะเอาแบบนี้หรือเอาแบบเดิม มันง่ายดีไม่ต้องคิดไม่ต้องทำอะไรมาก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามประเมินผล เช่น แผนการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนปีนี้ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงดังกล่าว คาดการณ์ว่าค่าเฉลี่ยฝนจะน้อยกว่าปี 60 5-10 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่น่าสนใจน่าจะเอาไปพิจารณา คราวหลังต้องคิดเป็น
“ไม่ใช่เข้าหน้าฝนที ไปดูวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญซึ่งเป็นพิธีโบราณที่ดี ศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับไปเผยแพร่เรื่องพระโคถ่ายท้อง แทนที่จะบอกว่าน้ำน่าจะมากหรือน้อย ไอนี่บอกพระโคขี้แตก อะไรของเขา มันสร้างสรรค์ประโยชน์ตรงไหน ผมอยากจะรู้ เอาสนุกอย่างเดียว สาระสำคัญหาไม่เจอ แย่จริงๆ เลย นี่แหล่ะคือภัยของโซเชียล ภัยของไซเบอร์ ก็เกิดจากน้ำมือมนุษยท์ทั้งสิ้นจะทำลายหรือสร้างสรรค์” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ มีโอกาสที่พายุจะเข้าประเทศไทย1-2 ลูก ก็ใกล้เข้ามาแล้ว ทั้งนี้ เรามีการวางแผนเพาะปลูกข้าวทั้งประเทศ60 ล้านไร่ วางแผนจัดสรรน้ำเพื่อให้ทุกภาคส่วนรวม 88,700 ล้านลูกบาศ์กเมตรโดยหลังสิ้นฤดูฝนเราต้องมีต้นทุนสำหรับพื้นที่เกษตรในฤดูแล้ง ปี 61-62 ประมาณ 60,000 ล้านลูกบาศ์กเมตร ให้มากกว่าปี 60 10,910 ล้านลูกบาศ์กเมตร ข้อมูลเหล่านี้เคยรู้กันบ้างหรือไม่ เคยมีรัฐบาลไหนเอามาแจงแบบนี้บ้างไหม มันไม่หรอก เพราะไม่มีหน่วยงานอย่างนี้ พอรู้แล้วก็หัดเอาไปใช้บ้าง โดยการบริหารจัดการของตัวเองพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การจัดทำแผนงานปรับปรุงกระบวนการแผนงานโครงการ งบประมาณเพื่อขับเคลื่อนทั้งระบบ พิจารณาจากทุกแหล่งเงินทุน อยากได้ แต่ไม่มีเงินก็ลำบาก ทั้งหมดคือปัญหาประเทศไทย
นอกจากนี้ ได้เห็นชอบหลักการให้ปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารจัดการน้ำ พ.ศ.2550 ให้เชื่อมโยงระดับประเทศสู่ภูมิภาค ผ่านการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการลุ่มน้ำ วันนี้ลุ่มน้ำสำคัญก็ต้องบริหารเร่งด่วน ต้องยึดโยงให้ได้ทั้งหมดปรับบทบาทคณะกรรมการลุ่มน้ำใหม่ เพื่อให้เกิดการบูรณาการ ส่วนยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 2558-2569 บางคนบอกแสดงว่ารับบาลจะอยู่ถึงปี 69 ใช่หรือไม่ ตนจะอยู่เป็นนายกฯ ถึงปี 69 ใช่หรือไม่
“จะบ้าหรือเปล่า เขาเขียนยุทธศาสตร์ยาวอย่างนี้ ไม่ใช่หาเสียงอย่างเดียวเดี๋ยวผมเป็นรัฐบาล ก็เป็นได้ปีสองปีจบ ปีหน้ายุทธศาสตร์มาใหม่อีกแล้ว อีก 2 ปี มันก็ไม่ใช่นะ ทุกรัฐบาลจะอยู่กี่ปีไม่รู้ แต่ถ้ามันทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ 20 ปี มันพ้นความยากจน มันพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลาง คิดอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราจะใช้แนวทางอย่างนี้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กับแผนปฏิรูป ถ้าแยกกันคิดมันไปไม่ได้ ต้องเติมต่อกันไป เริ่มจากเล็กไปใหญ่ โดยมีอนุกรรมการยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มีพล.อ.ฉัตรชัยสาริกัลยะ รองนายกฯ เป็นประธานไปทบทวนแผนยุทธศาสตร์น้ำทั้งประเทศให้เสร็จในกันยายน 2561” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า 4 ปีที่ผ่านมามีคนบอกรับบาลใช้เงินเยอะ ถามว่าแล้วใช้ไปทำอะไร ลองเปรียบเทียบว่าใช้ที่ผ่านมาใช้มากหรือไม่ ใช้มากแล้วไปอยู่กับอะไร ยั่งยืนหรือไม่ วันนี้ปัญหาเหล่านั้นหายไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม วันนี้ 90 โครงการเสร็จไปแล้ว 1 โครงการ ปีนี้อีก 51 โครงการที่จะดำเนินการ ปี 62 อีก 35 โครงการ นี่คือสิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศต้องการ มันสร้างไม่ได้ถ้าประชาชนไม่ต้องการ
“นี่คือการปฏิรูป ทั้งกฎหมาย ทั้งระบบ ทั้งวิธีการการบริหารจัดการ ไม่ใช่พูดกันว่าปฏิรูปเสร็จหรือยัง มันใช้เวลามาเท่าไหร่ 3-4 อย่างที่ทำใช้เวลา 4 ปีแล้วนะ กฎหมายยังไม่ออกมาเลย แล้วถ้าไม่แก้กฎหมาย แก้วิธีการ มันจะปฏิรูปได้ยังไง เข้าใจด้วยคำว่าปฏิรูป ไม่ใช่บอกปฏิรูปยังไง ปฏิรูปมา 4 ปี แล้วคนยังจนอยู่เลยผมถามว่าแบบนี้มันจะปฏิรูปยังไง ถ้าปฏิรูปเร็วอย่างนั้น บอกเลยผมทำไม่ได้มันต้องทำระบบให้ได้ วันนี้ก็แก้ระบบตรงนั้นตรงนี้ ใช้ระบบออนไลน์ การรวมกลุ่ม คนที่ทำก็บอกว่าดีขึ้นพ้นจากความยากจน ที่บอกยังไม่ดีก็ต้องมาพูดกันว่าแล้วตัวเองจะเอายังไง จะเอาอิสระเสรีค้าขายยังไงก็ได้ทุกถนนหนทาง หรือจะบุกรุกอะไรก็ได้ แล้วแบบนั้นมันจะพ้นความยากจนใช่ไหม ถ้าใช้ประชาชนทั้งประเทศออกความเห็นมาว่าควรไหมแล้วที่ห้ามกรีดยางบนที่บุกรุกบนเขา อย่างนี้รังแกคนจนหมด แล้วมันจะอยู่กันด้วยอะไรประเทศไทย เห็นใจพ่อแม่พี่น้องทุกคน
การปฏิรูปทั้งระบบมันยุ่งยากเพราะเกี่ยวข้องกับคนยึดโยงมากมายเอ็นจีโอก็กรุณาช่วยด้วย เวลามีเรื่องที่ไม่อะไรขึ้นมาสักอย่างเละไปหมดเลยท่านต้องการให้ประเทศชาติเป็นอย่างนี้หรือ ไม่ต้องการให้มีกฎหมายเลยหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับการบังคับใช้กฎหมาย มันต่างกันตรงไหนไปหาคำตอบมาให้ผมหน่อย มันเป็นเส้นนิดเดียวมันอยู่ที่ว่าเจ้าหน้าที่ใช้วิธีการไม่เหมาะสมหรือเปล่า ไปซ้อมเขาหรือเปล่า ก็จับมาลงโทษไป แต่ถ้าเขาจับตากฎหมายก็จบ ไม่ว่าจะใครทั้งนั้น ผิดกฎหมายไม่ได้ ทุกคนในประเทศไทยต้องยึดถือกฎหมายไม่ว่าอาชีพไหน นักศึกษา นิสิต มันต้องถือกฎหมาย รวมถึงพระก็กฎหมายทั้งหมด ไม่ใช่ว่าทางนี้ไม่ต้องแรง ไปเอาอันนี้แรงกว่า กฎหมายมีอันเดียวมาตรฐานเดียวเข้าใจกันซะบ้างกฎหมายพอกฎหมายไหนไม่ชอบก็ไม่เป็นธรรมรังแก แค่กฎหมายหมวกกันน็อคยังใช้ไม่ได้เลยพอจับมากๆบอกเดือดร้อนแล้วพอตายใครเดือดร้อน” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า หวังว่าทุกคนจะมาพูดกัน เอาอุปสรรคมาพูดกันให้จบเข้าใจตรงกันหรือไม่ ไม่ใช่ไปโต้ตอบอยู่ในสื่อ บ้านเมืองเสียหาย พูดกันให้ตรงมีอะไรก็ส่งมามีศูนย์รับเรื่องอยู่แล้ว ไม่ใช่พูดกันผ่านสื่อ มันก็เป็นแบบทุกวันนี้แหล่ะ บ้านเมืองมันไปไม่ได้ ขอให้เข้าใจร่วมกันเสียสละ ช่วยกันทำงาน เข้าใจกันและกัน เปิดอกรับฟัง
“นายกฯ ตัดสินเองได้ที่ไหน ไม่ใช่ผู้รอบรู้ทุกเรื่องเมื่อไหร่ เพียงแต่ว่าต้องมีเหตุมีผล ควรจะเป็นอย่างไร ทางปฏิบัติ 1 2 3 แบบนี้ ผมเลือกได้ ส่วนเรื่องเก็บค่าน้ำไม่เก็บค่าน้ำมีอยู่แค่นี้ อะไรเสียไม่ได้ ออกกฎหมายไม่ได้เลย ถ้าเสียประโยชน์มันไม่ได้สักคน แล้วส่วนใหญ่มันจะได้อะไร ส่วนใหญ่ไม่ได้ ส่วนน้อยก็ไม่ได้ ก็ล่มทั้งหมดไม่ได้อะไรสักอย่าง กฎหมายทำแบบนี้ ไม่ใช่เพื่อคนนี้คนโน้น บางครั้งมันดูเหมือนทำประโยชน์เพื่อคนกลุ่มหนึ่งเพราะเป็นคนกลุ่มใหญ่ ไปร้องช่องทางไหน ไทยพีบีเอส มติชน ข่าวสด และหลายเล่มๆ เปิดดูสิ ทำไมมันต้องใช้เงินกันหมดหรือไง มันต้องซื้อกันหรือไงสื่อหนังสือพิมพ์เนี่ย ประเทศอยู่ตรงไหนกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว





