วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สานพลังประชารัฐ พัฒนาบึงบางซื่อ เป็นปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

รมว.พม. ร่วมงาน “สานพลังประชารัฐ พัฒนาบึงบางซื่อ” สร้างบ้านมั่นคง 197 หลัง พัฒนาบึงให้เป็นปอดแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการสานพลังประชารัฐ การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งที่อยู่อาศัยที่มั่นคง มีรายได้เพิ่มจากการใช้ประโยชน์จากบึงบางซื่อ โดยมี พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ให้การต้อนรับ และร่วมเปิดโครงการดังกล่าว พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และขบวนองค์กรชุมชน จำนวน 400 คน เข้าร่วมงาน ณ ชุมชนบ่อฝรั่ง สหกรณ์เคหสถานบ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา จำกัด ริมบึงบางซื่อ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

รัฐบาลมีนโยบายให้ประชาชนผู้มีรายได้ มีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคงได้มาตรฐาน และมีสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่เหมาะสม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคมภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) ขณะที่บริเวณบึงบางซื่อมีเนื้อที่ทั้งหมด 61 ไร่ เดิมเป็นพื้นที่ที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ขุดดินดำ เอาไปใช้เพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตปูนซิเมนต์และกระเบื้องมุงหลัง จึงกลายเป็นบึงหรือบ่อน้ำขนาดใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 51 ไร่ ส่วนพื้นที่รอบบ่อ บริษัทฯ สร้างบ้านให้พนักงานอยู่อาศัย ต่อมามีการขยายครอบครัว รวมทั้งคนจากภายนอกบุกรุกเข้าปลูกบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 ชุมชน ประมาณ 250 ครอบครัว รวมประชากรประมาณ 1,300 คน สภาพเป็นชุมชนแออัด บ้านเรือนทรุดโทรม ทั้งนี้ SCG มีนโยบายว่า “SCG ได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินบึงบางซื่อมามากพอแล้ว ควรมอบที่ดินคืนเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมต่อไป”

โดยมีแนวคิดการพัฒนาเป็น 2 ส่วน คือ 1)พื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัย เนื้อที่ 10 ไร่ 2) พื้นที่บึงสาธารณะ เนื้อที่ 51 ไร่ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายของประชาชน นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาให้เป็นแหล่งทำมาหากินของชุมชน เช่น การเลี้ยงปลา รวมทั้งส่งเสริมอาชีพต่างๆ เพื่อให้ชาวชุมชนมีรายได้ SCG จึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ร่วมกัน ‘สานพลังประชารัฐ’ เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนรอบบึงบางซื่อ และพัฒนาบึงบางซื่อให้เป็นปอดแห่งใหม่ของชาวกรุงเทพฯ ซึ่ง SCG มอบที่ดิน 2 แปลงให้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวชุมชน โดยให้กรมธนารักษ์เป็นผู้ดูแล การรถไฟมอบสัญญาเช่าที่ดินให้ SCG เพื่อใช้เป็นทางเข้า-ออกของชุมชน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและผ่อนเบาภาระด้านรายจ่าย ‘โครงการสานพลังประชารัฐ’ จึงสมทบงบประมาณเป็นค่าก่อสร้างรวมทั้งหมด 71 ล้านบาทเศษ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน ) หรือ พอช. ได้ให้งบอุดหนุนจำนวน 20,000 บาทต่อหลัง เป็นเงิน 3.8 ล้านบาทเศษ รวมทั้งสินเชื่อชุมชนหลังละ 250,000 บาท ฯลฯ รวมทั้งสิ้น 52 ล้านบาทเศษ ส่วนชุมชนสมทบจากเงินออมหลังละ 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 5.7 ล้านบาทเศษ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมอบเงิน 200 ล้านบาท เพื่อพัฒนาสาธารณูปโภคทั้งในส่วนของชุมชนและบึงบางซื่อ กรุงเทพมหานครร่วมพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ และมหาวิทยาลัยศรีปทุมร่วมออกแบบโครงการฯ

จากการสำรวจข้อมูลและยืนยันสิทธิของชาวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ เช่น ต้องเป็นผู้เดือดร้อนจริง อยู่อาศัยในพื้นที่ SCG ไม่ต่ำกว่า 5 ปี ต้องเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์หรือสหกรณ์ฯ ต้องเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน ฯลฯ จึงได้ผู้เดือดร้อน และ มีสิทธิเข้าร่วมโครงการรวมทั้งหมด 197 ครัวเรือน (ไม่รวม 45 ครัวเรือน ที่ทำโครงการบ้านมั่นคงไปก่อนหน้านี้แล้ว) และเนื่องจากพื้นที่มีจำกัด จึงมีการออกแบบที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ คือ 1) บ้านแถวหรือทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น จำนวน 60 ห้อง ขนาดห้องละ 56 ตร.ม. ราคา 481,750 บาท 2) อาคารชุด 4 ชั้น 3 อาคาร รวม 133 ห้อง ขนาด 31.5-38 ตร.ม. ราคา700,182-844,664 บาท และ 3) บ้านสำหรับผู้สูงอายุ ไม่มีรายได้ จำนวน 4 ห้อง ขนาด 12-15 ตร.ม. รวมทั้งหมด 197 หลัง

สำหรับโครงการดังกล่าว ชาวชุมชนจะต้องผ่อนส่งต่อครัวเรือนละ 300,000 บาท หรือผ่อนเดือนละ 2,247 บาท ระยะเวลา 15 ปี ส่วนกรรรมสิทธิที่ดิน SCG มอบให้กรมธนารักษ์ดูแล และจะให้ชาวชุมชนเช่าระยะยาว อัตราตารางวาละ 4 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ตามแผนงานโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและบึงบางซื่อจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณเดือนพฤษภาคมนี้
และจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2562