นักวิทย์เฝ้าระวัง สถานีอวกาศเทียนกง-1 ของจีนจะตกสู่พื้นโลกภายในวันที่ 2 เมษายนนี้ ระบุ
มีความเสี่ยง 0.1% ที่จะตกในพื้นที่ประเทศไทย
ถือเป็นข่าวใหญ่ซึ่งเป็นที่จับตากันเป็นอย่างมากในแวดวงวิทยาศาสตร์ และอวกาศระดับโลก เรื่องที่ สถานีอวกาศ เทียนกง-1 ของจีน เกิดสูญเสียความควบคุม และคาดว่าจะตกลงสู่พื้นโลกภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ส่งผลให้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ร่วมกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน) จัดงานเสวนา “นับถอยหลังเทียนกง-1 ตกสูงโลก บทสรุปจากห้วงอวกาศ” ขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ลานเอเทรียม 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์ เพื่อให้สาธารณชนเกิดการรับรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการติดตามและเฝ้าระวังวัตถุอวกาศ อีกทั้งยังเป็นไปเพื่อลดความตระหนกว่าประเทศไทยน่าจะไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์นี้ เพราะมีความเป็นไปได้อยู่เพียง 0.1% ที่เทียนกง-1 จะโหม่งโลกในพื้นที่ประเทศไทย
สถานีอวกาศ ‘เทียนกง-1’ ของจีน ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรของโลก เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2554 จากฐานปล่อยจรวดเมืองจิ๋วฉวน มณฑลกานซู มีวงโคจรห่างจากโลก 350 กม. มีขนาด 8.5 ตัน ถือเป็นสถานีอวกาศแห่งแรกของจีนที่ถูกส่งขึ้นไปเพื่อทดสอบปฏิบัติการหลายอย่างในอวกาศ เพื่อเตรียมการขั้นต้นสำหรับการสร้างสถานีอวกาศของจีนให้เสร็จสิ้นภายในปี 2563 โดยมีกำหนดว่าจะควบคุมให้ เทียนกง-1 กลับสู่โลกลงสู่ทะเล หรือเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ แต่เมื่อเดือนมีนาคม 2559 สำนักงานอวกาศแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) ของจีนได้แจ้งไปยังสหประชาชาติ(ยูเอ็น) ว่าจีนไม่สามารถควบคุมสถานีอวกาศเทียนกง-1 ได้อีกต่อไป ทำให้ไม่มีใครสามารถระบุเวลา และจุดตกของสถานีอวกาศแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน
แต่ในการเสวนาครั้งนี้ ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์วงโคจรของจิสด้า กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดได้มีการคาดการณ์กันว่าสถานีอวกาศเทียนกง-1 น่าจะตกลงสู่พื้นโลกระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายนนี้ และคาดว่าจุดตกน่าจะเป็นในมหาสมุทรแปซิฟิก
ส่วนเรื่องที่ว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ไหม ดร.สิทธิพร กล่าวว่า มีความเสี่ยงเพียง 0.1% เท่านั้นที่สถานีอวกาศเทียนกง-1 จะตกในบ้านเรา ซึ่งน้อยกว่าโอกาสที่จะถูกหวย 30 ล้านบาทเสียอีก และถึงแม้ว่าเทียนกง-1 เกิดตกในประเทศไทยขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่น่าที่จะเกิดความเสียหายร้ายแรงตามมา เพราะถ้าคำนวณจากน้ำหนัก 8.5 ตันของเทียนกง-1 แล้ว น่าจะเกิดการเผาไหม้ระหว่างผ่านชั้นบรรยากาศเข้าสู่พื้นโลกจนหมด ถ้าเผาไหม้ไม่หมดก็จะเหลือเพียงชิ้นส่วนที่เล็กมาก ซึ่งที่ผ่านมากว่า 60 ปี ชิ้นส่วนจากอวกาศที่ตกลงมาสู่พื้นผิวโลกนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินแม้แต่ครั้งเดียว
ทางด้าน ร้อยตรีพงศธร ศิริสาคร ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะทำงานติดตามสถานการณ์เทียนกง-1 ได้ร่วมกันจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยจากวัตถุอวกาศ (กรณีสถานีอวกาศเทียนกง-1) ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น โดยหลักๆ ที่ปรากฏในแผนดังกล่าวจะเน้นไปที่ขั้นตอนการปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการเฝ้าระวัง การติดตามสถานการณ์ การแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อประเทศไทยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง การเตรียมการกรณีที่ต้องมีการเผชิญเหตุ แนวทางปฏิบัติตนของประชาขน การฟื้นฟู และการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหาย รวมถึงการประสานงานร่วมกันกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานในพื้นที่ ระดับจังหวัด อำเภอ มีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนอยู่ตลอดเวลา





