วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พรเพชร' กลับคำให้ 'ทูต' สมัครเป็นกกต.ได้

"พรเพชร" กลับคำให้ "ทูต" สมัครเป็นกกต.ได้ ระบุให้ยื่นใบสมัครไว้ก่อน จากนั้นกก.สรรหาจะวินิจฉัย แนวโน้มผ่านคุณสมบัติเหตุ ตำแหน่งระดับหัวหน้าส่วนราชการ ชวนคนสมัครไม่ผ่านรอบแรกกลับสมัครได้อีก

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2561 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ฐานะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่กล่าว ให้สัมภาษณ์พิเศษรายการรัฐสภา ซึ่งเป็นการบันทึกเทปเพื่อออกอากาศเชิญชวนให้บุคคลเข้าสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกกต. ซึ่งกรรมการสรรหาฯ เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 มีนาคม ว่า สำหรับบุคคลที่เคยเข้าสมัครเป็น กกต.แล้ว สามารถกลับมาสมัครได้อีกทั้ง ซึ่งบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูต, ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ อธิบดี ที่ดำรงตำแหน่งมาแล้ว 5 ปี สามารถสมัครได้ รวมถึงบุคคลที่เคยทำงานในส่วนของภาคประชาสังคม รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่มีประสบการณ์ตามคุณสมบัติมาสมัครได้

ทั้งนี้ นายพรเพชร ให้สัมภาษณ์ภายหลัง โดยระบุว่าเรื่องผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทูตนั้นในการสรรหารอบแรกที่ผ่านมา ไม่ถือว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เพราะไม่ถือว่าเป็นหัวหน้าส่วนราชการ แต่หลังจากที่มีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนให้พิจารณาและทบทวน จะมีการหารือในที่ประชุมกรรรมการสรรหาเพื่อเกิดความชัดเจนอีกครั้ง โดยเบื้องต้นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งทูต มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี สามารถยื่นใบสมัครเพื่อเข้ารับการสรรหาในรอบใหม่นี้ได้ รวมถึงบุคคลที่เคยยื่นใบสมัครมาแล้วก่อนหน้านี้ที่ได้สิทธิเข้าสมัครได้ใหม่

ผมเชื่อว่ารอบนี้จะมีผู้ที่สมัครเข้ารับเลือก แต่หากไม่มีผู้ใดมาสมัครเลย หรือผู้ที่สมัครขาดคุณสมบัติทุกคน กรรมการสรรหา อาจต้องขอมติว่าจะใช้การทาบทามหรือไม่ โดยผมมองว่าหากจะใช้การทาบทามต้องเป็นมติเอกฉันท์ของกรรมการ และเป็นความเห็นร่วมกันว่าผู้ใดที่จะได้รับการทาบทาม สำหรับที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าการสรรหารอบใหม่นี้ สนช. อาจโหวตไม่ผ่านอีก ผมไม่ทราบเพราะประเด็นนี้ผมแยกบทบาทออกจาก สนช. เนื่องจากเป็นกรรมการสรรหา แต่หากเกิดจริงผมคงเสียใจ นายพรเพชร กล่าว

นายพรเพชร ยังกล่าวถึงประเด็นที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกร. เตือนบุคคลที่สมัครเป็นกกต. ว่าอาจมีความเสี่ยงต่อการรับโทษทางกฎหมายเพราะข้อกฎหมายที่ไม่ชัดเจน เรื่องเลือกตั้งภายใน 150วัน ว่า ตนเชื่อว่าไม่เป็นประเด็นที่จะทำให้ไม่มีผู้มาสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกกต. อีกทั้งประเด็นที่นายสมชัยให้ความเห็นนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่กกต. ต้องตอบคำถาม หรือให้ฝ่ายที่มีหน้าที่ชี้แจงหรือตีความ

นายพรเพชร ยังปฏิเสธให้ความเห็นต่อกรณีที่นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาและ นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฏีกา กลับเข้าสมัครในส่วนของสายศาลฏีกา เพราะเป็นคนละส่วนกับการสรรหาของตนฐานะกรรมการสรรหาจากผู้มีคุณสมบัติ 5 คน