วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์' ชี้การศึกษาไทยไม่พัฒนา

“อภิสิทธิ์” ชี้การศึกษาไทยไม่พัฒนา เพราะเปลี่ยนนโยบายตามรัฐบาล ยันหาก ปชป. มีโอกาส จะแก้ไขเรื่องนี้ลำดับแรก

เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 61 ที่โรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ทิศทางการศึกษาไทยในยุค 4.0" ว่า ไทยแลนด์ 4.0 เป็นการเตือนเราทุกคนว่าไม่สามารถที่จะเติบโตได้หากยังใช้ปัจจัยแบบเดิมอย่างที่ผ่านมาทั้งภาคบริการ อุตสาหกรรม การเกษตร โดยการจุดประกายไทยแลนด์ 4.0 เป็นสิ่งที่ดีและมีความสำคัญ แต่ตนยังไม่มั่นใจว่านโยบายที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสอดรับกับเป้าหมาย 4.0 จริงหรือไม่ โดยปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เป้าหมายไม่สำเร็จ ก็คือกฎหมายที่ไม่สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน

“ขอยกตัวอย่างสิ่งที่ผมกำลังจะประสบก็คือตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ เป็นต้นไป พรรคการเมืองจะต้องดำเนินการจัดทำรายชื่อสมาชิกพรรคให้เป็นปัจจุบันตามข้อกำหนดของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งต้องดำเนินการเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษร ไม่สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้มากนัก ดังนั้นจึงควรต้องมีการปรับแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับการเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 รวมถึงปรับหลักคิดในการออกกฎระเบียบต่างๆ ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ในขณะเดียวกันต้องมีการพัฒนาศักยภาพกำลังคน บุคลากร เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยว่าจะได้ทักษะฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพ ซึ่งต้องวางพื้นฐานตั้งแต่การศึกษาการ พัฒนาทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ขณะเดียวกันครูผู้สอนต้องมีความพร้อมในการเปลี่ยนวิธีคิดและกระบวนการคิดในการให้ความรู้กับนักเรียนให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ในปัจจุบันด้วย ทั้งนี้ฝ่ายการเมืองจะต้องไม่กำหนดนโยบายในทางปฏิบัติให้กับสถาบันการศึกษามากจนเกินไป เนื่องจากที่ผ่านมาการพัฒนาการศึกษาจะสะดุดลงเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ดังนั้นหากฝ่ายบริหารสามารถวางแนวทางในการนำกระบวนการศึกษามาร่วมกับชุมชนและท้องถิ่นได้ ก็จะช่วยให้การศึกษาเกิดการพัฒนาได้เร็วมากขึ้น เพราะหากต้องรอกระทรวงศึกษาธิการและส่วนกลางกำหนดนโยบาย การปรับเปลี่ยนทางการศึกษาก็จะทำได้ยากขึ้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายการคืนครูให้นักเรียน ซึ่งไม่ได้มีการสานต่ออย่างจริงจัง การจะคาดหวังให้โรงเรียนปรับเปรียบวิธีการเรียนรู้ แต่กลับไม่เปิดให้ครูได้มีโอกาสพัฒนาและทุ่มเทให้การเรียนการสอน การพัฒนาการด้านการศึกษาจึงเกิดขึ้นได้ยาก ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการศึกษา ดังนั้นหากมีโอกาสเข้าไปทำงานก็จะกำหนดเรื่องการศึกษาเป็นลำดับแรกๆ