วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เชื่อขยายเวลาบังคับใช้กม.ส.ส.ทำเลื่อนเลือกตั้ง

"องอาจ" เชื่อขยายเวลาบังคับใช้กม.ส.ส.90 วัน ทำเลื่อนเลือกตั้ง ส่งผลเชื่อมั่น "บิ๊กตู่" ลดลง หวังเป็นครั้งสุดท้ายใช้เล่ห์กลเพื่อบรรลุเป้าหมาย

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ส.ส.) ให้ขยายเวลาบังคับใช้ออกไป 90 วันโดยนายกฯ ยืนยันว่า การแก้ไขร่างกฎหมายเป็นเรื่องของ สนช. ไม่สามารถก้าวล่วงได้ ว่า ถึงแม้นายกฯ จะประกาศว่าไม่ได้ก้าวล่วงกับการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายเวลา แต่คำกล่าวอ้างของ สนช. เพื่อขยายเวลานั้น มาจากคำสั่งที่ 53/2560 ซึ่งเป็นคำสั่งที่ออกโดยนายกฯ และเกรงว่าพรรคการเมืองจะดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมืองไม่ทันนั้น ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่า ถ้านายกฯ ไม่ออกคำสั่งที่ 53/2560 สนช. ก็จะไม่มีข้ออ้างมาขยายเวลาออกไป 90 วันได้ ถึงแม้นายกฯ จะบอกว่าไม่ได้ก้าวล่วง สนช. แต่พฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงออกก็พอจะบอกความนัยได้ว่าสมคบคิดกันหรือไม่

ส่วนที่ สนช. บางท่านบอกว่าพรรคการเมืองไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลา 90 วัน เพราะไม่อยากทำไพรมารีนั้นก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำไพรมารี่แต่ควรเป็นไพรมารีที่ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำไพรมารีเป็นเพียงแค่พิธีกรรมเท่านั้น ซึ่งการรีเซ็ตสมาชิกพรรคของพรรคเก่าทั้งหมดตามคำสั่งที่ 53/2560 จะทำให้การทำไพรมารีเป็นแค่พิธีกรรมเพื่อทำตามกฎหมายมากกว่า ไม่ได้ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริงแต่อย่างใด อย่างไรก็ดีเมื่อกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้เมื่อใดก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย ถึงแม้เราจะไม่เห็นด้วยในบางเรื่องก็ตาม

นายองอาจ กล่าวว่า การที่กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ขยายเวลาบังคับใช้ออกไป 90 วัน ย่อมทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีก 90 วัน จากที่นายกฯ เคยให้สัญญาว่าจะให้เลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อนายกฯ ซึ่งไม่ค่อยเกิดผลดีต่อการทำหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี และในฐานะหัวหน้า คสช. แต่อย่างใด เพราะเมื่อใดก็ตามที่ความเชื่อมั่นเชื่อถือต่อตัวนายกฯ ลดลง ก็ย่อมทำให้ศรัทธาที่ประชาชนมีต่อนายกฯ ลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทำงานของนายกฯ ที่กำลังเดินหน้าแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ประชาชนแทบจะร้องไม่ออก บอกไม่ถูกอยู่ในขณะนี้

"หวังว่าการใช้เล่ห์เพทุบายทางกฎหมายเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมืองของกลุ่มผู้มีอำนาจจะไม่เกิดขึ้นอีก ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ทางที่ดีที่สุดคือปล่อยให้การปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ เป็นไปตามครรลองปกติก็จะช่วยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้ด้วยดี แต่ถ้ายังมีการใช้เล่ห์เพทุบายทางกฎหมายกันต่อไป อาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาจนยากที่จะแก้ไขซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียหายต่อประเทศชาติในที่สุด" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว