"วิษณุ" เผยผลงานชิ้นโบว์แดง คือ "พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกฯ" ลั่นกม. ไม่ได้ยกเว้นคนมีอำนาจทุจริต แต่ใช้กม.ไม่ได้ผล เหมือนดาบวางไว้ไม่ชักออกมาฟัน
เมื่อวันที่ 25ม.ค.61 เวลา 13.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในกิจกรรม "สื่ออยากรู้ รัฐบาลอยากเล่า" ตอนกฎหมายหลายรส เพื่ออนาคตประเทศไทย จัดโดยสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยมีบรรณาธิการ คอลัมนิสต์ สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วมว่า
หน่วยงานที่ทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริต ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) คณะกรรมการป้องกันและการปราบปรามการฟองเงิน(ปปง.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และวันนี้มีศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) มาบูรณาการทำงานร่วมกัน และผลงานที่เห็นคือเรื่องการตรวจสอบข้าราชการพัวพันการทุจริตที่มีคำสั่งและประกาศคสช.ที่มีพักงานไปแล้ว และในอนาคตศอตช.อาจจะยกฐานะขึ้นมา
นายวิษณุ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการกฎหมายป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการเล็ดลอดที่เกี่ยวข้องการปราบปรามการทุจริต พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาล ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม หรือกฎหมาย 4 ชั่วโคตรที่อยู่ระหว่างการปรับแก้ของสนช. และร่างพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่เห็นว่าผู้ที่มีอำนาจที่ปกปิดอะไรต่างๆ จะถูกกฎหมายเหล่านี้จัดการได้เลย นายวิษณุ กล่าวว่า กฎหมายไม่ได้ยกเว้นให้ผู้ใด ไม่ได้ยกเว้นให้กับผู้ที่อำนาจวาสนา ถ้าจะเล็ดลอดจริงๆ ก็เพราะใช้กฎหมายไม่ได้ผล กฎหมายก็เหมือนกระดาษ เหมือนดาบถ้าไม่ชักหรือถอดออกจากฝักก็ไม่สามารถฟันใครได้ อยู่ที่เจ้าหน้าที่บังคับการ ของอย่างนี้อายุความไม่มีหรือมีอายุความยาว ต่อให้รอดวันนี้ แต่ไม่รอดวันต่อไป วันหนึ่งก็ต้องโดนจนได้ ไม่ว่าจะทุจริตเรื่องใด
เมื่อถามว่า รวมถึงการจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินด้วยใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทุกเรื่อง หลายเรื่องที่เป็นคดีความไม่ได้เพิ่งมาเกิด เมื่อรัฐบาลพ้นไปก็สามารถหยิบขึ้นมาพิจารณาได้ วันนี้มีศาลอาญาทุจริตแล้ว กรรมตามทันติดจรวดแน่นอน เพราะทำให้คดีทุจริตพิจารณาได้รวดเร็วขึ้น
เมื่อถามว่า มูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทยเปิดเผยว่าองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทยได้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติแล้ว นายวิษณุ กล่าวว่า ไทยไม่ได้ถอนตัว เพราะไทยไม่เคยเป็นสมาชิก เป็นเรื่องของเอกชนกับเอกชน





