วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กทม.' กำชับ 50 เขตคุมเข้มลดปัญหาฝุ่นละออง

"กทม." สั่ง 50 เขตคุมเข้ม 13 มาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละออง หลังค่าสูงเกินมาตรฐาน พร้อมกำชับดำเนินการตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม. )กล่าวถึงมาตรการดูแลสภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่พบว่ามีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในขณะนี้ว่า กทม.ได้มีบันทึกสั่งการ เรื่อง การแก้ไขและป้องกันปัญหาเรื่องฝุ่นละอองและผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ให้สำนักงานทุกเขตดำเนินการตั้งแต่ปี 2555 โดยมีทางเขตจะต้องปฏิบัติตามมาตรการ 13 ข้อ อาทิ บริเวณก่อสร้างจะต้องจัดทำรั้วทึบสูง 2 เมตร ต้องมีการป้องกันหรือวัสดุป้องกันจากฝุ่นละออง บริษัทผู้รับเหมาต้องทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างทุกชั้น ห้ามก่อสร้างตั้งแต่เวลา 22.00-06.00น. รถเข้าออกระหว่างบริเวณก่อสร้างต้องมีวัสดุปกคลุมมิดชิดและล้างล้อรถยนต์ บริเวณก่อสร้างต้องทำความสะอาดทุกวัน

ทั้งนี้ กทม.ยอมรับว่า ในช่วงหลังเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งการอย่างเคร่งครัดพอ เพราะโดยปกติจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงหน้าร้อนเป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้กำชับให้ทุกเขตดำเนินการ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ได้ให้อำนาจสำนักงานเขตเข้าระงับ กำชับ เจ้าของโครงการก่อสร้าง หากมีกระทบก่อให้เกิดต่อฝุ่นละออง และมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ เมื่อปี 2557 ได้ให้งบประมาณ 395 ล้านบาทเพื่อให้สำนักสิ่งแวดล้อมติดตั้งจุดตรวจอากาศ ลักษณะของเสาเหล็ก 46 ชุดและรถตรวจอากาศ 4 คัน เมื่อปี 2559 และในปี 2561 ได้จัดสรรงบประมาณ 24.5 ล้านบาท เป็นค่าจ้างเหมาและค่าบำรุงรักษาสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศเสาเหล็ก หลังได้ผู้รับจ้างแล้วมีหน้าที่รายงานผลให้กทม.ทราบ เพื่อนำข้อมูลลงผ่านเว็บไซต์แจ้งประชาชนทั่วไปทราบเพิ่มเติม เพื่อให้ระมัดระวัง ขณะเดียวกันสำนักสิ่งแวดล้อมต้องมีประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การตรวจควันดำต้องประสานกับตำรวจทางบกและกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เพื่อดำเนินการพ.ร.บ.จราจร 2522 และพ.ร.บ.ขนส่งทางบก รวมถึงประสานงานกับฝ่ายสิ่งแวดล้อมและฝ่ายเทศกิจของแต่ละเขตให้ร่วมกันกำหนดวันตรวจควันดำ ซึ่งพบว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ค่าเฉลี่ย PM2.5 และ PM10 มีค่าเฉลี่ยเกินมาตรฐานจริง

ส่วนการล้างทำความสะอาด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ได้มีนโยบาย ให้ทุกเขต จัดวันทำความสะอาดใหญ่ หรือ บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ให้ครบทุกเขต เริ่มตั้งแต่ปี 2560 และจะทยอยดำเนินการต่อไปให้ครบ