"อภิสิทธิ์" เตือน "ประยุทธุ์" อย่าเลื่อนเลือกตั้ง อ้างความวุ่นวาย แนะทำให้เสร็จตามสัญญาดีต่อรัฐบาล และประเทศ
เมื่อวันที่ 1 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการ “ต้องถาม” ถึงกรณีที่ พล.อ.ประบุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ระบุว่า ถ้าสถานการณ์ยังมีความขัดแย้งสูง จะเลือกตั้งได้หรือเปล่าไม่รู้นั้น ว่า จริงๆแล้วนายกฯ พูดแค่ว่าถ้าเกิดความวุ่นวายก็เลือกตั้งไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าขณะนี้สถานกาณณ์ยุ่งหรือไม่อย่างไร ซึ่งใจของตนไม่อยากให้พูดเช่นนี้ เพราะตัวนายกฯเองเป็นผู้วางโร้ดแมพทุกอย่างเอง และตนก็ไม่ได้เรียกร้องจะต้องเร่งอะไรเป็นพิเศษ แค่ขอให้เดินตามแผนนั้น ถ้าทำได้ก็เป็นความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และประเทศด้วย นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาโร้ดแมพเลื่อนออกเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ออกมาในลักษณะที่คนรู้สึกว่าผิดธรรมชาติ ผมว่าทุกคนเข้าใจ แต่ถ้าวันนี้พูดว่าวุ่นวายแล้วเลือกตั้งไม่ได้ นี่ไม่ใช่ปัญหาเชิงเทคนิคตามกฎหมาย แต่เป็นเรื่องเหตุการณ์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลให้ได้ จริงๆนายกฯควรบอกว่า จะดูแลไม่ให้เกิดความไม่สงบ แล้วประเทศจะเดินหน้าได้ แบบนี้ทุกคนจะเกิดความมั่นใจ
ทั้งนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเห็นว่าในคำว่าสงบเรียบร้อย คือหมายถึงทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ที่ผ่านมาบ้านเมืองไม่สงบเพราะ คนไม่ทำตามกฎหมาย ละเมิดสิทธิกันอย่างกว้างขวาง มีการปลุกระดม ทำความรุนแรง ซึ่งตนเข้าใจดีว่าถ้าเกิดแบบนี้ขึ้นอีก ก็อาจนำไปสู่ข้ออ้างให้อยู่ใต้ภาวะนี้ไปเรื่อยๆได้ แต่ไม่ใช่ไปบอกว่า การวิจารณ์ หรือแสดงความเห็นบนข้อเท็จจริง เป็นความไม่สงบ เพราะเราต้องอยู่ในสังคมที่หลากหลาย มีเสรีภาพพอสมควรตามกฎหมาย เมื่อถามถึงกรณีนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ระบุว่าในอนาคตการเมืองจะแบ่งขั้วเป็นฝ่ายเชียร์ทหาร กับไม่เชียร์ทหารนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ภายหลังการตั้ง 6 คำถามของนายกรัฐมนตรี เริ่มมีลักษณะจะเป็นผู้เล่นเอง และอาจกลายคู่ขัดแย้งทางการเมืองใหม่ ตนไม่อยากเห็นการเมืองมีการแบ่งฝ่ายที่ผูกติดกับบุคคล ตนอยากเห็นการแข่งขันการเมืองทางความคิด เชิงนโยบาย ส่วนที่มีเสียงวิจารณ์ว่าตนเคยเป็นคู่ขัดแย้ง และต้องรับผิดชอบกับภาวะการเมืองในปัจจุบัน แม้ว่าตนจะเกินเลยอะไรไปบ้าง แต่ยืนยันได้ว่าการเข้าไปเป็นคู่ขัดแย้งครั้งนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องการปฏิบัติของผู้มีอำนาจ ที่มีการทุจริต เอาอำนาจรัฐมาเอื้อประโยชน์ทางการเมือง นี่คือสิ่งที่ตนต่อสู้ด้วย ไม่ว่าใครทำแบบนี้ตนก็จะค้าน




