สภานายจ้างฯ ห่วงยุค 4.0 อุตสาหกรรมลดใช้แรงงาน ภาคเกษตรรวมนาแปลงใหญ่ใช้เครื่องจักร กลุ่มค้าปลีก-ค้าส่ง มุ่งอีคอมเมิร์ช ลดพนักงาน ดันภาวะว่างงานไทยรุนแรง แนะรัฐหนุนท่องเที่ยวท้องถิ่นรองรับแรงงานส่วนเกิน
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์การว่างงานเริ่ม“น่าเป็นห่วง”จากแรงกดดันหลักๆ 2 ส่วน ได้แก่การเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0ทำให้มีการใช้เครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์ทดแทนแรงงานคนมากขึ้น โรงงานอุตสาหกรรมที่เกิดใหม่ก็มุ่งไปทางการใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ ทำให้แม้ว่าจะเกิดโรงงานเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นมาก
นอกจากนี้ การที่ภาคเกษตรกรรมกำลังรุกสู่“เกษตร 4.0”โดยการรวมนาแปลงใหญ่ ในขณะนี้ โดยบริษัทการเกษตรขนาดใหญ่ไปทำเกษตรพันธสัญญา (คอนแทรกฟาร์มมิ่ง) กับเกษตรกรจำนวนมากโดยรวมที่ดินเป็นแปลงใหญ่แล้วใช้เครื่องจักรทำงาน โดยเกษตรกรรอแบ่งปันผลกำไร ซึ่งก็ดีในส่วนของรุ่นพ่อแม่ที่เป็นเจ้าของที่ดิน แต่ลูกหลานที่เคยเป็นแรงงานในภาคการเกษตรจะตกงานอีกเป็นจำนวนมากในอนาคต ต้องกลับเข้าเมืองมาพึ่งพาภาคอุตสาหกรรม ซึ่งก็ไม่สามารถรองรับได้เพียงพอ
ว่างงานไทยเพิ่มเป็น1.3%
ผลกระทบจากทั้ง 2 ปัจจัยนี้ คาดว่าจะทำให้ภาวะว่างงานของไทยในอนาคตรุนแรงมากขึ้นโดยในปีที่ผ่านมาประเทศไทย ว่างงานประมาณ 0.9% ขยับเพิ่มเป็น 1.2% และในขณะนี้ไปถึง 1.3% แล้ว โดยสาเหตุเกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมใช้กำลังการผลิตโดยรวมใช้ไปเพียง 62% ซึ่งแม้ว่ามูลค่าการส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณการผลิตยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก อัตราการบริโภคภายในประเทศยังไม่ฟื้น โดยอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวจะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ ที่เป็นอุตสาหกรรมใช้แรงงานคนน้อย ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ขยายตัว แต่การจ้างงานไม่เพิ่มขึ้น
คาด“แรงงานกลาง”กระทบหนัก
นายธนิต ยังประเมินว่า ในอีก 3-5 ปี ข้างหน้า อัตราการว่างงานของไทยจะเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะ“แรงงานระดับกลาง”ที่มหาวิทยาลัยต่างๆผลิตออกมาเป็นจำนวน“มากกว่า 4 แสนคนต่อปี”จะประสบปัญหา จากภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรลดใช้แรงงาน
“ไม่เพียงแต่ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรจะถูกเครื่องจักรค่อยๆเข้ามาแย่งงาน แต่ในภาคค้าปลีก ค้าส่งที่มีแรงงานในส่วนนี้กว่า 6 ล้านคน พอๆกับภาคอุตสาหกรรม ก็จะมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากธุรกิจอีคอมเมิร์ชได้รุกเข้ามาสู่การค้าในทุกๆด้าน ทำให้แรงงานค้าปลีกในห้างสรรพสินค้า การค้าส่ง ธนาคาร ก็จะค่อยๆลดลง จึงเป็นปัญหาที่สำคัฐที่ภาครัฐจะต้องวางแนวทางรองรับในอนาคต”
โยกแรงงานสู่บริการท่องเที่ยว
ดังนั้นทางออกของปัญหานี้ จะต้องปรับแรงงานกลุ่มนี้ไปสู่“ภาคบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยว”ที่ยังจำเป็นต้องใช้คนในการดำเนินงาน รวมไปถึงการ“ต่อยอดธุรกิจการเกษตรในท้องถิ่น”ให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อรองรับแรงงานลูกหลานของเกษตรกร ขณะที่มหาวิทยาลัย ก็จะต้องผลิตคนให้รองรับกับยุค 4.0 อย่างรวดเร็ว โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดรัฐบาลจะต้องร่วมกับทุกฝ่ายศึกษาวิจัยผลกระทบของเทคโนโลยีต่อแรงงานให้มีความชัดเจนว่าแต่ละภาคธุรกิจว่าในอนาคตระยะต่างๆจะได้รับผลกระทบด้านบวก ด้านลบอะไรบ้าง จึงจะมีฐานข้อมูลในการวางมาตรการรองรับ ทำเป็นนโยบายภาพใหญ่ กระจายให้ทุกหน่วยงานดำเนินการ
“ในประเทศพัฒนาแล้ว ได้รวมนาแปลงใหญ่ และเข้าสู่ยุคเครื่องจักรอัตโนมัติมานานกว่าไทย 30-40 ปี เมื่อเข้าสู่ยุค 4.0 จึงปรับตัวรับมือได้ไม่ยาก โดยประเทศพัฒนาแล้วจะมีอัตราการว่างงานปกติประมาณ 6% อาเซียนประมาณ 4% ส่วนไทยอยู่ระดับ 1.2-1.3% จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับยุค 4.0 ที่จะมีการว่างงานอีกเป็นจำนวนมากให้ได้”
คนไทยว่างงานกว่า5แสนคน
สำหรับสถานการณ์การว่างงานของไทย ในช่วงที่ผ่านมาไทยมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.2% มีจำนวน 4.76 แสนคน และล่าสุดในขณะนี้การว่างงานเพิ่มมาอยู่ที่ 1.32%มีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มเป็นกว่า 5 แสนคน ซึ่งตัวเลขนี้มาจากการว่างงานสะสมเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 8.5 หมื่นคน โดยในจำนวนนี้ 38% เป็นการว่างงานจากคนที่เคยมีงานทำ จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในกลายปีที่ผ่านมา และในช่วงปลายไตรมาส 1 ของปี 2561 ก็จะมีนักศึกษาจบใหม่อีกกว่า 4 แสนคน ซึ่งจะทำให้สถานการณ์การว่างงานเพิ่มขึ้น
อิเล็กฯชี้ภาวะจ้างงาน“ทรงตัว”
นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ กล่าวว่าแนวโน้มการจ้างงานในภาคอิเล็กทรอนิกส์-ไฟฟ้ารายใหญ่โดยภาพรวมขณะนี้ทรงตัวและเป็นบวกเล็กน้อย การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่หวือหวา
ทั้งนี้ เนื่องจากผู้ผลิตเริ่มปรับตัว เปลี่ยนแปลงตัวเองมาล่วงหน้าเป็นเวลากว่า 10 ปี การนำระบบอัตโนมัติมาใช้ค่อยๆ ทยอยเข้ามาเป็นระยะ ประเมินขณะนี้การปรับตัวเพื่อก้าวไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของรายใหญ่นับว่าทำได้ดีไม่ต่างกับบริษัทในยุโรปหรืออเมริกา
ปัจจุบันการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีอยู่ 2 รูปแบบหลัก คือ การย้ายฐานการผลิต และด้านเทคโนโลยี 4.0 ซึ่งส่วนหลังเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก
อย่างไรก็ดี ที่มองกันอยู่ขณะนี้คือการนำเทคโนโลยีบิ๊กดาต้าและอนาไลติกส์มาปรับใช้ ยอมรับว่าหากเกิดขึ้นจริงเป็นรูปธรรมคงต้องส่งผลกระทบกับการจ้างงานในอุตสาหกรรมอยู่บ้าง โดยเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในทันทีหรืออาจจะเป็นในอีก 2-5 ปีข้างหน้า
หนุนฝึกอบรม-พัฒนาทักษะ
ส่วนของสมาคมนายจ้างฯ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีแผนงานรองรับไว้ชัดเจนเสมออยู่แล้ว เช่น การสนับสนุนด้านการฝึกอบรม พัฒนาทักษะบุคลากร โดยปกติจะต้องวางแผนล่วงหน้าระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปีหรือ 1 ปีครึ่ง เน้นเรื่องการเพิ่มทักษะใหม่ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน เพิ่มสมรรถนะในงานสำคัญที่จะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ประเทศ
นายสัมพันธ์ กล่าวด้วยว่า ปี 2560 ภาพรวมการส่งออกของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นอย่างมาก คาดว่าตลอดทั้งปีนี้การเติบโตเกิน 10% เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่และตลาดหลักเป็นการส่งออกไปทั่วโลกที่ไม่ได้รับผลกระทบ




