วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวสวนยางชงรัฐ จ่ายสมทบ 'เซส' สวัสดิการชดเชย

ชาวสวนยาง16จังหวัด ชงรัฐจ่ายเงินสมทบ "เซส" วันละบาท เพิ่มสวัสดิการชดเชยราคายางตกต่ำ 3,000 บาทต่อครัวเรือน ขีดเส้น 30 วันต้องรู้ผล ด้าน "ลักษณ์" เผยตั้งคณะทำงานร่วมพิจารณา ระบุปรับขึ้นราคา 60 บาทต่อกิโลกรรม ขอเวลาพิจารณา

วานนี้ (6ธ.ค.) นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการพบสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ และสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) รวมทั้งนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ถึงแนวทางแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบว่า ชาวสวนยางต้องการให้ปฏิรูปทั้งตัวเกษตรกร องค์กรและตัวเกษตรกรเอง โดยชาวสวนยางต้องการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจบริหารจัดการเพื่อรายงานต่อคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

นอกจากนี้ ต้องมีส่วนร่วมในการร่างยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ของกยท. เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีผลสัมฤทธิ์ และเป็นประโยชน์กับเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อย และ ขอให้มีการปรับระเบียบภายใน กยท. เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาตรา 49 (5)ที่กำหนดจ่ายเงินสงเคราะห์เกษตรกรกรณีเสียชีวิต 3,000 บาทต่อราย เปลี่ยนเป็นจ่ายสวัสดิการให้กับเกษตรกรกรณีเจ็บป่วย และราคายางตกต่ำ ทั้งนี้เกษตรกรยอมที่จะจ่ายเงินสมทบในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษในการส่งออกยางพารา (เงินเซส) ในอัตราที่เหมาะสม

“ทั้งหมดนี้ กยท.รับไปพิจารณา รวมทั้งจะตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ที่เป็นไป ที่มีตัวแทนกระทรวงเกษตรฯ ชาวสวนยาง และหน่วยงานอื่นๆ ร่วมด้วย โดยมีนายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ที่กระทรวงฯจะเสนอชื่อเป็นเลขานุการรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯในเร็วๆนี้ เป็นประธานทำหน้าที่ทบทวนงานวิจัยและพัฒนาให้เกิดความชัดเจนที่จะพัฒนาชาวสวนยางรายย่อยให้เกิดความยั่งยืน” นายลักษณ์ กล่าว

นายลักษณ์ ยังกล่าวว่า ข้อเสนอจากเกษตรกร ซึ่งเป็นเรื่องดีๆทั้งสิ้น ที่ต้องการปฏิรูปเกษตรชาวสวนยาง สามารถพึ่งพาตัวเองได้ พอเพียง และลดการช่วยเหลือจากภาครัฐ ปฏิรูปสวนยาง ด้วยการเพิ่มพืชอื่นๆ เข้าในพื้นที่ปลูกยาง เพื่อลดการพึ่งพาจากยางพาราเพียงอย่างเดียว ปฏิรูปการผลิต และการแปรรูปยาง ให้รายย่อยสามารถรวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ชาวสวนยาง เพื่อให้สามารถรวบรวมแปรรูปยางสร้างมูลค่าเพิ่มและทำการตลาดได้ และปฏิรูปการตลาด ด้วยการให้รัฐเขามาสนับสนุนชาวสวนยางในการลดพื้นที่ปลูกยางพาราลง ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ดึงดูด และส่งเสริมให้มีการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ขณะนี้ยังไม่นำมาหารือ เพราะไม่อยากให้ยางพาราเป็นพืชทางการเมือง อยากให้ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนว่าในอนาคตราคายางพาราจะถึง 60 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) หรือไม่ ก็ต้องรอดูก่อน

นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ และเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย(สคยท.)กล่าวว่า ต้องการเสนอแนวทางการปฏิรูปยางพาราไทยทั้งระบบให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะการใช้กลไกพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาตรา 49(5) เรื่องสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง โดยอยากให้จัดตั้งกองทุนสวัสดิการเกษตรกรชาวสวนยางขึ้น ในลักษณะสังคมสวัสดิการ รูปแบบสมัครใจจ่ายเงินสมทบ โดยให้การยางแห่งประเทศ(กยท.)จ่ายเงินสวัสดิการให้แก่คนกรีดยางครัวเรือนละ 3,000 บาท เพื่อช่วยเยียวยาช่วยเหลือจากวิกฤตราคายางพาราตกต่ำ และยามเจ็บป่วย

“สำหรับเรื่องเงินกองทุนสวัสดิการ ชาวสวนยางมีมติกันว่าจะจ่ายสมทบวันละ 1 บาทต่อคน โดยปัจจุบันมีเกษตรกชาวสวนยาง 1.6 ล้านครัวเรือน ถ้ามีผู้สมัครใจประมาณ 1 ล้านครัวเรือน ก็จะทำให้มีเงินเพิ่มขึ้นประมาณ 365 ล้านบาท โดยเมื่อนำไปรวมกับเงินสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางเดิมที่มีอยู่ราว 300 กว่าล้านบาท จะทำให้มีเงินรวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาทต่อปี” นายสุนทร กล่าว

สำหรับสิทธิ์ที่ควรจะได้รับเมื่อชาวสวนยางจ่ายเงินสบทบ คือ เรื่องค่ารักษาพยาบาล และเรื่องการจ่ายเงินตอนเกิดวิกฤตยางพาราตกต่ำ โดยเมื่อกลไกตลาดไม่เดิน ในการเยียวยาขั้นต้น คนกรีดยางควรได้ 3,000 บาทต่อครัวเรือน ไว้ใช้สำหรับดำเนินชีวิตประจำวัน จากแต่เดิมต้องรอเกษตรกรเสียชีวิตตามระเบียบพ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2558 ก่อน กยท.ถึงจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกร 3,000 บาท

ส่วนกำหนดเกณฑ์ช่วยเหลือว่าราคากยางพาราตกต่ำเท่าไหร่ถึงจะได้รับเงินสมทบ ได้เสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อที่จะแก้ไขระเบียบว่าด้วยสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางพิจารณา รวมทั้งได้เสนอให้นำเงินค่าธรรมเนียมพิเศษในการส่งออกยางพารา(เงินเซส)ที่จัดสรร 7% เข้ามาสมทบในกองทุนสวัสดิการด้วย สมมติว่า กยท.เก็บเซสได้ 6,000 ล้านบาท ค่าธรรมเนียม 7% ก็คือ 420 ล้านบาท และรวมกับชาวสวนยางซึ่งจะจ่ายเงินสมทุบอีก 365 ล้านบาท ก็จะทำให้มีเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางมากขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าหากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตามที่เรียกร้องภายใน 30 วัน จะมีการออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวที่กระทรวงเกษตรฯ หรือทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง