วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศาลนัดสอบคำให้การ 'ธาริต เพ็งดิษฐ์' ม.ค.ปีหน้า

ศาลฎีกานักการเมือง นัดสอบคำให้การ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" 19 ม.ค.61 ชี้ต้องรอ "ป.ป.ช." แก้ฟ้องให้ครบถ้วน ส่วนคดีริบทรัพย์ 90 ล้านรอศาลแพ่งไต่สวนพยานธาริต

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา เจ้าของสำนวน คดีหมายเลขดำ อม.177/2560 นัดพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกล่าวหา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่พ้นจากราชการ ฐานจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบการทุจริตฯ มาตรา 119 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งการยื่นคำร้องดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ ชี้มูลความผิดนายธาริต ร่ำรวยผิดปกติ

โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายธาริต รับฟังแล้ว นายธาริต ได้ยื่นคำรับสารภาพเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา นายธาริต ได้ยื่นคำแถลงประกอบคำรับสารภาพไปแล้ว ขณะที่องค์คณะฯ พิจารณาเห็นว่า ป.ป.ช. ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องคดีนี้ตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.60 หลังรัฐธรรมนูญฯ ใหม่มีผลบังคับใช้ ซึ่งมาตรา 235 วรรคท้าย กำหนดว่าความผิดเกี่ยวกับการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ จะต้องมีพฤติการณ์ที่เชื่อได้ว่ามีเจตนากระทำผิด

โดยศาลได้ตรวจคำร้องของ ป.ป.ช.ผู้ร้องแล้ว เห็นว่าไม่ได้บรรยายพฤติการณ์ดังกล่าวมาในคำร้อง ศาลจึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 26 วรรคสาม ที่ให้อำนาจศาลสั่งแก้ฟ้องให้ถูกต้องได้ ดังนั้นจึงสั่งให้ ป.ป.ช.แก้คำฟ้องโดยบรรยายถึงพฤติการณ์ให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้

ทั้งนี้ องค์คณะพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้โอกาสนายธาริต ผู้คัดค้านต่อสู้คดีได้เต็มที่ จึงเห็นควรให้เลื่อนนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย ไปเป็นวันที่ 19 ม.ค.61 เวลา 09.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนายธาริต ได้ยื่นหบักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวไประหว่างการพิจารณาคดีซึ่งศาลตีราคาประกัน 500,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ขณะที่วันนี้ นายธาริต พยายามหลบผู้สื่อข่าว ไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด โดยทีมที่ปรึกษากฎหมายนายธาริต ระบุเพียงว่า ทราบว่า บัญชีทรัพย์สินที่ไม่ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช. ก็ไม่ได้มีเจตนายื่นเท็จ เนื่องจากมีสมุดบัญชีบางเล่มตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งอัยการ ไม่ได้มีความเคลื่อนไหวและมียอดในบัญชีหลักไม่เกินหมื่นบาท ทำให้ไม่ได้สนใจ และลืมยื่นแสดงบัญชีต่อ ป.ป.ช. ขณะที่นายธาริต ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับหน่วยงานทั่วไป แต่ไม่เปิดเผยว่าเป็นหน่วยงานใด ส่วนคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้กว่า 90 ล้านอยู่ระหว่างรอศาลแพ่ง ไต่สวนพยานฝ่ายนายธาริต ผู้คัดค้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า กรณีของนายธาริตนี้ หลังพ้นการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง อธ.ดีเอสไอ ตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 8/2557 เมื่อวันที่ 24 พ.ค.57 ก็ถูกสั่งให้ปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ได้รับเงินเดือนทางสังกัดเดิมไปก่อน หลังจากนั้น ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบทรัพย์สินของนายธาริต กระทั่งชี้มูลความผิดเมื่อวันที่ 10 มี.ค.59 ด้วยมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติขณะดำรงตำแหน่ง "อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ" รวมมูลค่ากว่า 346 ล้านบาท ซึ่ง ป.ป.ช.ได้อายัดทรัพย์ที่มีชื่อของนายธาริต , นางวรรษมล คู่สมรส และบุคคลที่เกี่ยวข้องถือครองแทนไว้ชั่วคราวก่อนหน้านี้กว่า 90 ล้านบาท แต่เนื่องจากทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติบางส่วนมีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินทำให้ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินได้ คงเหลือทรัพย์สินอีก 256,391,901 บาท ที่ให้บังคับคดีเอาจากทรัพย์สินอื่นของนายธาริต และนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ คู่สมรส ซึ่งได้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้ริบทรัพย์สินนั้นให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ซึ่งรอไต่สวนพยานฝ่ายนายธาริต