เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ "พระราชรัชมุนี" ที่ถูกกล่าวหาสวมบัตรคนตายโผล่มอบตัวเงียบ สภ.แม่อาย ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่ "ผู้การเชียงใหม่" ยันเร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน-ดีเอ็นเอ เชื่อทราบผลสรุปข้อเท็จจริงภายใน 1เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากกรณี มีผู้มาร้องเรียนยังศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ ว่า พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ สวมบัตรประชาชนคนตาย โดยมีการใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนตรงกับเด็กชายดวงดี เวียงดินดำ ชาวจังหวัดชัยภูมิ ทั้งที่ ด.ช.ดวงดี ได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2538 เชื่อว่ามีการปลอมแปลงชื่อและที่อยู่จากเดิมที่มีสัญชาติเป็นชาวเมียนมา ล่าสุดมีรายงานว่า พระราชรัชมุนี พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ แล้ว ตั้งแต่ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีการหลบหนีตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด แต่จากการสอบสวนเบื้องต้น พระราชรัชมุนี ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ปล่อยตัวไป เนื่องจากยังไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่ได้ทำการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ เพื่อตรวจหารหัสพันธุกรรมสำหรับประกอบการตรวจสอบตัวตนไว้แล้ว
พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากที่ผ่านมาได้มีการออกหมายเรียก และพระราชรัชมุนี ก็ได้แสดงตัวแล้ว โดยยังไม่ถึงขั้นขออนุมัติศาลออกหมายจับ ดังนั้นพระราชรัชมุนี จึงยังไม่ใช้ผู้ต้องหา ยังคงปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้ตามปกติ และไม่มีการคุมตัวไว้แต่อย่างใด โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานหาข้อเท็จจริงให้แน่นหนาชัดเจนที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีประชาชนให้ความเคารพศรัทธาในวงกว้าง และสังคมให้ความสนใจติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะต้องยึดเอาความถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยอยู่ในบรรทัดฐานของกฎหมาย หากผิดจริงก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย
โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปที่จังหวัดชัยภูมิ เพื่อประสานนัดหมายสอบปากคำ ปลัดอำเภอภูเขียว จ.ชัยภูมิ ที่เกี่ยวข้องกับการออกทะเบียนราษฎร์ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งสอบปากคำ ครอบครัวของ ด.ช.ดวงดี เวียงดินดำ ซึ่งได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่ เมื่อปี 2538 ที่ถูกอ้างว่าโดน พระราชรัชมุนีสวมบัตร ดังกล่าว รวมไปถึงขั้นตอนของการเก็บหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ให้สมบูรณ์ที่สุด ท้ายที่สุดอาจจะต้องมีการยืนยันตัวตนด้วยการตรวจสอบดีเอ็นเอ หากรวบรวมและมีหลักฐานชัดเจนว่าพระราชรัชมุนี มีความผิดจริงก็จะต้องมีการออกหมายจับ และต้องมีการให้ลาสิกขา ออกจากความเป็นสงฆ์ตามหลักศาสนาพุทธก่อนดำเนินการตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า มีการสวมบัตรจริง แต่จะเกิดจากข้อผิดพลาดทางทะเบียนราษฎร์ โดยพระราชมุนีไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ หรือเป็นการทำเป็นขบวนการ หรือมีผู้เกี่ยวข้องสมรู้ร่วมคิดอย่างไรนั้น ยังไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ต้องขอรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน โดยกำลังเร่งสำนวนขั้นตอนให้เร็วที่สุดแล้ว เชื่อว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายและทราบข้อเท็จจริงภายใน 1 เดือน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทางด้านบรรยากาศภายในวัดบุพผาราม หรือวัดสวนดอก พระอารามหลวง บรรยากาศค่อนข้างเงียบเชียบ กุฏิเจ้าอาวาสยังคงปิดเงียบไร้ความเคลื่อนไหว จากการสอบถามพระลูกวัดทราบว่าพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสมีกิจนิมนต์ภายนอกไม่ได้อยู่ภายในกุฏิดังกล่าวแต่อย่างใด




