"พล.อ.ประยุทธ์" โยนคสช.พิจารณาปลดล็อคพรรคการเมือง ขอสื่ออย่าเร่งทุกอย่างมีกำหนดเวลา ยันรับผิดชอบคำพูด
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยก่อนการประชุมนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะเสนอผลการดำเนินโครงการหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นฐานสมรรถนะ Education to Employment : Vocational Boot Camp ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-31 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยเปิดหลักสูตรการฝึกอบรม รวมทั้งสิ้นจำนวน 3,888 หลักสูตร มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งสิ้นจำนวน 84,354 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่ม New Engine of Growth จำนวน 1,400 หลักสูตร เช่น หลักสูตรเทคโนโลยี งานซ่อมสีรถยนต์ (ระบบอัจฉริยะ) หลักสูตรเทคโนโลยีปรับฉีดพลาสติก หลักสูตรอาหารไทยแห่งอนาคต หลักสูตรงานควบคุมหลอดไฟบ้านผู้สูงวัยด้วยคอมพิวเตอร์ระบบสมองกลฝังตัว และกลุ่มหลักสูตรตามความต้องการของท้องถิ่น จำนวน 2,488 หลักสูตร
นายกรัฐมนตรี กล่าวกับตัวแทนนักเรียนอาชีวะว่า "ให้ช่วยกันไปบอกกับรุ่นน้องว่าอย่าตีกัน" พร้อมกล่าวกับคณะที่มาร่วมเสนอโครงการว่า อยากให้เพิ่มผลผลิตเมล็ดพันธุ์ด้านการเกษตรด้วยตนเอง และขายกันเอง โดยไม่ต้องซื้อจากเอกชน ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น เพิ่มนวัตกรรมใหม่ ๆ แต่ก็ไม่ทิ้งของเดิมที่มีอยู่ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในยุค ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะเกิดจากการบูรณาการร่วมกันในทุกภาคส่วน เรากำลังเดินหน้าประเทศไปสู่อนาคต โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมที่จะดูแลคนทุกคนโดยบูรณาการทุกส่วนงานด้วยกันในลักษณะประชารัฐ ขอเชิญชวนให้ทุกคนเข้ารับการฝึกอบรมกับอาชีวะมากยิ่งขึ้น โดยมีหลักสูตรที่จะทำให้เรียนแล้วมีงานทำ และวันนี้รัฐบาลมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรทางอากาศยาน
"ขอขอบคุณบุคคลที่มีความสามารถแล้วกลับมาช่วยประเทศไทย ซึ่งถือเป็นสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ โดยใช้เวลา 3 ปีเต็ม ๆ ในการปรับปรุงคิดหลักสูตรจนมีผลสำเร็จออกมาในวันนี้ จึงขอกำลังใจจากทุกคนให้ช่วยขับเคลื่อนประเทศไปในลักษณะนี้ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ขอให้เอาไว้ที่หลัง มีระยะเวลาของมันอยู่แล้ว สื่อเองก็อย่าถามตนมาก ใครจะพูดอะไรก็พูดไป เพราะตนเป็นคนรับผิดชอบคำพูดอยู่แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปลดล็อคให้พรรคการเมืองทำกิจกรรรมทางการเมืองว่า ให้เป็นเรื่องของคสช. พิจารณา พร้อมปฏิเสธตอบคำถามกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี





