ทนาย "โอ๊ค พานทองแท้" บุกดีเอสไอ ดิ้นร้องยุติหมายเรียกฟอกเงิน อ้างคตส.ชี้มูลแค่รับของโจร
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) -3 ต.ค. 60 นายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อดีเอสไออีกครั้ง เพื่อขอให้ยุติการออกหมายเรียกนายพานทองแท้ หลังจากสัปดาห์ที่แล้วได้ยื่นหนังสือเข้าร้องขอให้ดีเอสไอระงับการออกหมายเรียกนายพานทองแท้ ให้เข้ารับทราบข้อหา พร้อมขอให้สอบสวนบุคคลที่มีชื่อรับเงินจากเครือกฤษดามหานครในลักษณะเดียวกับนายพานทองอีก 150 ราย โดยมีพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้รับหนังสือ
นายชุมสาย กล่าวว่า มติคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เห็นว่านายพานทองแท้มีความผิดและแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีเพียงข้อหาเดียวคือการรับของโจร ซึ่งข้อหานี้ก็ได้ขาดอายุความไปแล้ว ส่วนคดีฟอกเงินพบว่าไม่มีมูล แต่ดีเอสไอกลับจะดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินทั้งที่คตส.ไม่เคยร้องทุกข์กล่าวโทษ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตนในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจะยังไม่เซ็นรับหมายเรียกของนายพานทองแท้ แต่จะขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่ามีการออกหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ หากมีหมายเรียกจริงนายพานทองแท้ก็พร้อมเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าพบตามนัดวันที่ 24 ต.ค.นี้ หรือไม่ อาจจะใช้สิทธิเลื่อนด้วยเหตุผลใดก็ได้หนึ่งนัด ซึ่งถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ
“คดีดังกล่าว คตส.เคยมีมติไปแล้วว่านายพานทองแท้มีความผิดในข้อหารับของโจร ส่วนข้อหาฟอกเงินตกไปแล้ว ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเวลาผ่านไป 10 ปี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)จึงหยิบยกขึ้นมาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดีเอสไอดำเนินคดี” นายชุมสาย กล่าว
ด้านพ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า จะนำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมส่งให้พนักงานสอบสวนรับไปพิจารณา ซึ่งยังไม่ทราบว่าคำร้องฉบับนี้เป็นประเด็นใหม่หรือประเด็นเก่า ยืนยันว่าการดำเนินคดีอาญาเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน โดยฝ่ายถูกกล่าวหามีสิทธิยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมกี่ครั้งก็ได้ แต่พนักงานสอบสวนก็ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ





